สังเกตง่ายๆ เมื่อไหร่ “ฟิล์มกรองแสง” กลับบ้านเก่า

ฟิล์มกรองแสง

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำคัญที่ควรค่าแก่การติดรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสภาพอากาศเมืองไทยในฤดูกาลร้อน ที่บั่นทอน ทั้งสุขภาพคน และสุขภาพรถยนต์จนต้องยกให้ “ฟิล์มกรองแสง” เป็นพระเอก ด้วยหน้าที่หลักๆ ก็คือ ช่วยกรองแสง และลดแสงจากดวงอาทิตย์ ไปจนถึงการช่วยลดความร้อนภายในรถ และลดรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์ที่ผ่านเข้ามาในรถยนต์

ฟิล์มกรองแสง

 

ซึ่งด้วยการภาระหน้าที่ จึงทำให้เกิดการเสื่อมถอยของคุณภาพไปตามการใช้งาน และขึ้นอยู่กับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ โดยในกรณีนี้เราขอยกตัวอย่างจากแบรนด์ชั้นนำในเมืองไทยเป็นหลัก กับสไตล์การใช้งานที่สมบุกสมบัน จอดรถตากแดด ตากฝนทุกวัน อายุการใช้งานส่วนใหญ่ก็น่าจะอยู่ราวๆ 5 ปีขึ้นไป

แต่ถ้าหากว่ามีการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ไม่ได้ใช้รถทุกวัน หรือตากแดด ตากฝน อันนี้ก็สามารถใช้งานกันได้ยาวๆ เช่นกัน ฉะนั้นถ้าจะให้กำหนดตายตัวว่ามีอายุการใช้งานเท่าไหร่ คงตอบยาก นอกจากทำได้แค่ประมาณการ โดยประเมินจากมาตรฐานการรับประกันที่จัดให้ทั่วๆ ไปที่ 5-7 ปี เพราะฉะนั้นอายุการใช้งานของก็น่าจะอยู่ราวๆ 5-10 ปี

ฟิล์มกรองแสง

แล้วถ้าต้องเปลี่ยน “ฟิล์มกรองแสง” ล่ะ … จะรู้ได้อย่างไรเมื่อถึงเวลา

และอย่างที่บอกว่า “ฟิล์มกรองแสง” อยู่ในฐานะที่ต้องเผชิญแสงจ้า และความร้อน ทุกวี่ ทุกวัน ฉะนั้นการหมดอายุ หรือเสื่อมสภาพ จึงสามารถเกิดขึ้นได้ โดยเจ้าของรถสามารถสังเกตง่ายๆ ได้จากอาการเหล่านี้

  • “สี” ที่สามารถดูได้จากตาเปล่าว่ามีอาการ สีอ่อน สีจาง หรือไม่ รวมถึงดูจากแสงแดดที่ส่องเข้ามาภายในรถ ด้วยหลักการง่ายๆ ว่าถ้า “ฟิล์ม” เสื่อมสภาพ ความสามารถในการกรองแสงย่อมลดลงอย่างแน่นอน

ฟิล์มกรองแสง

 

  • “อุณหภูมิ” ต่อเนื่องด้วยเรื่องของอุณหภูมิ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ของ “ฟิล์ม” ที่สามารถสังเกตง่ายๆ ว่าถ้าเปิดแอร์เท่าเดิม แต่ไม่เย็นเมื่อเดิม นั่นก็มีความเป็นไปได้ว่า “ฟิล์ม” เสื่อมสภาพ จนทำให้คุณสมับิตการป้องกันความร้อนลดลง เช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องมั่นใจว่าระบบปรับอากาศในรถของคุณยังทำงานเป็นปกติดี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสาเหตุหลักๆ มาจาก “ฟิล์ม” และแก้ปัญหาได้ถูกจุด

ฟิล์มกรองแสง

 

  • “ลักษณะ” อันนี้ว่ากันง่ายๆ ด้วย “สภาพ” เพราะลักษณะของ “ฟิล์ม” ก็เหมือน “สติ๊กเกอร์” ที่อีกด้านเป็นกาว ทำให้มีโอกาสที่จะหลุด ลอก ร่อน หรือมีร่องรอยย่นยับ รวมถึงไปเรื่องของ ฟองอากาศ และอาการพุพอง ที่ส่งผลต่อเรื่องของทัศนวิสัยที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ โดยเฉพาะถ้าเกิดขึ้นบนกระจกบังลมหน้า หรือกระจกหน้าต่าง ในบริเวณที่ต้องมองกระจกข้าง โดยสาเหตุทั้งหมดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากการเสื่อมสภาพ และการติดตั้งที่ได้ไม่มาตรฐาน

ฟิล์มกรองแสง

 

นอกจากนี้ยังมก็ควรสังเกตทัศนวิสัยเบื้องหน้า ที่หากเกิดการพร่ามัวมองไม่ชัดเจน ก็มั่นใจได้เลยครับว่า “ฟิล์ม” ที่ติดรถคุณอยู่นั้น “หมดสภาพ” ไปเรียบร้อย ถึงแล้วเวลาต้องเปลี่ยนใหม่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับชีวิต และทรัพสินย์แล้วล่ะครับ


ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |


คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)