
ครั้งแรกที่ผมได้เห็นตัวเป็น...เป็น ของ VIGO ใหม่ในงานเปิดตัว ณ โรงแรม อินเตอร์ คอนติเนลตัล เมื่อได้ฟังข้อมูลต่างๆ ที่มาพร้อม VIGO ตัวใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบเทอร์โบแปรผัน หรือ VN Turbo ซึ่งการทำงานของครีบที่สามารถปรับเปลี่ยนองศาการเปิด-ปิดได้ ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ECU 32 บิด ข้อดีคือสามารถปั่นเอาอากาศส่งไปป้อนให้เครื่องยนต์ได้ตลอดเวลา ทำให้เครื่องยนต์มีกำลังแรงขึ้นตั้งแต่ในรอบต่ำยันรอบสูง ที่สำคัญรีดแรงม้าเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 20% สร้างแรงบิดได้ดีขึ้น 6% แถมยังประหยัดน้ำมันกว่ารุ่นเดิมอีกด้วย และช่วงล่างทั้งหมดเป็นชุดเดียวกับรุ่น 3.0 ซีซี. ในรุ่นเดิม แถมท้ายด้วยราคาที่ถูกลงไปอีก ฟังมาเท่านี้ก็อยากลองขับแล้วครับ อยากรู้ว่าเจ๋งจริงหรือไม่?.

พอเห็น E-Mail เชิญร่วมทดสอบก็เก็บเสื้อผ้ารอเลยครับ พอเช้าวันทดสอบเรามีนัดกันที่่ โรงงานโตโยต้า สำโรง เพื่อฟังบรรยายสรุปข้อมูลผลิตภัณฑ์ และ เส้นทางการทดสอบ การทดสอบในครั้งนี้ทางโตโยต้ามีเกมให้สื่อมวลชนเล่นกันขำ...ขำ ชื่อเกมว่า “ประหยัดกว่า...ใครประหยัดกว่าใคร” โดยเกมส์นี้ทางโตโยต้าอยากให้สื่อมวลชนได้ประจักษ์กับสายตาตัวเองว่าสมรรถนะความประหยัดน้ำมันของวีโก้ตัวใหม่นี้สุดยอดขนาดไหน โดยให้เราจับสลากจับคู่ Battle กันระหว่างรุ่นเดียวกันทั้ง ดับเบิ้ล แค็บ และ สมาร์ท แค็บ แต่ก็มีข้อแม้ว่าเราต้องเดินทางด้วยความเร็วที่ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

เราเริ่มออกเดินทางจากกทม. พร้อมกับสภาพที่ฝนตกหนักตลอดทางโดยขับเป็นขบวนไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 100-110 กม.ชม. ระหว่างทางจากกรุงเทพฯ ไปถึงกำแพงเพชร เส้นทางเป็นปกติไม่ได้มีอุปสรรคอะไรเป็นเนื่องจากเป็นทางหลวงธรรมดา แต่ความรู้สึกที่ได้คือช่วงล่างที่แน่น เกาะถนน ดีขึ้นกว่ารุ่น 2.5 เดิม แถมผมก็แอบซนกดคันเร่งแบบจม..จม อยู่หลายรอบเพื่อลองอัตราบูทส์ว่าจะมาเร็ว และแรงกว่าเทอร์โบตัวเดิมหรือไม่้ แล้วก็เป็นอย่างที่คิดครับ แรงดีให้อารมณ์ในการขับที่ 'มันส์' โดนใจมากเลยทีเดียว แต่ที่ไม่เกี่ยวกับสมรรถนะ คือเสียงของเทอร์โบเวลาวี๊ดครับ เสียงเพราะมากอันนี้เป็นความชอบส่วนตัวนะครับ พอเราถึงอุทยานแห่งชาติแม่วงก์มองที่เข็มวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ตกลงไปแค่บล็อคแรกจากเต็มถังเท่านั้นเอง

หลังจากที่เราพักผ่อนกันที่อุทยานหนึ่งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อที่จะขึ้นไปชมทะเลหมอกที่ช่องเย็น แต่ฝนเจ้ากรรมยังคงตกหนักตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเช้านี้ก็ยังไม่หยุดเลย แถมทางขึ้นไปช่องเย็นลำพังฝนไม่ตกก็ลำบากอยู่แล้ว พอเจอสภาพที่ฝนตกหนักเลยทำให้ถนนหนทางที่เป็นดินกลายเป็นโคลนมีหลุมมีบ่อเกือบตลอดเส้นทาง แต่หลังจากที่เราได้ใช้ชีวิตร่วมกับ VIGO ใหม่มาแล้วหนึ่งวัน เราก็มั่นใจว่า เจ้า VIGO ใหม่ สามารถพาเราขึ้นไปดูทะเลหมอกได้อย่างแน่นอน!! แล้วก็เป็นไปตามที่คาดไว้ครับ 'ทางโหดมาก' ทั้งทางโค้ง ทางที่เป็นดินโคลน ไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่านี้แล้วครับ แต่ในที่สุดเราก็ไปถึงช่องเย็นแล้วได้ชื่นชมทะเลหมอกสมใจ
เมื่อเต็มอิ่มกับบรรยากาศดี...ดี ได้สูดอ๊อกซิเจนจนเต็มปอดแล้ว เราก็ได้เวลากลับกทม.กันเสียที ขับกลับมาจนถึงจุดเช็คน้ำมันที่ จ. พระนครศรีอยุธยา ผลออกมาว่าในรุ่นดับเบิ้ลแค็บ มีอัตราการใช้น้ำมันไป 14.55 กม.ต่อลิตร ส่วนสมาร์ท แค็บ 15.81 กม.ต่อลิตร แต่ตัวเลขที่ออกมานี้เป็นการใช้งานจริง...จริง ที่นับรวมในเส้นทางที่เราขึ้นเขา ลงเขาและรถติดในเมือง ด้วยนะครับผม

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่่พาเราไปร่วมกิจกรรมดี...ดี พร้อมได้ทดลองขับรถดี...ดีแบบนี้ นะครับ





