buying newport cigarettes online
newport cigarettes virginia price
newport cigarettes in delaware cost
marlboro cigarettes atlanta
marlboro red cigarettes discount
cigarettes marlboro fresh
Buy Cheap Dunhill International
Buy Camel
Buy Cheap Raquel Slims Blue 100
parisienne cigarettes buy online
montecristo cigars for sale uk
cigars cohiba miniatures
Buy Discount Duty Free Cigarettes in New York
Buy West in Connecticut
Buy Sobranie in Pennsylvania
Friday, 04 February 2011 13:46

TEST DRIVE TOYOTA Prius @ Chiangrai

ได้เวลาของการทดสอบสมรรถนะของ TOYOTA Prius กันสักที หลังจากที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเมืองไทยไปเมื่อช่วงกลางเดือนธันวามคม 2553  ซึ่งการทดสอบครั้งนี้คณะสื่อมวลชนบินลัดฟ้าไปทดสอบท่ามกลางไอหมอกและอากาศหนาวๆ ณ จังหวัดเชียงราย  

      ก่อนเริ่มต้นการทดสอบเราได้ฟังการบรรยายสรุปข้อมูลผลิตภัณฑ์ โดยผู้จัดการฝ่ายวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และให้สื่อมวลชนได้ทดลองใช้อุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถ และขับระยะทางสั้นๆ ภายในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (ซึ่งต้องบอกว่าเป็นมหาลัยที่งดงามจริง..จริง) เพื่อให้คุ้นเคยกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ก่อนออกไปทดสอบในเส้นทางจริง

    การทดสอบเป็น 3 ช่วงคือ จาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ไปยังร้านอาหารกลางวัน ดอยตุง ลอด์จ ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร ในช่วงแรกนี้จะเป็นถนนปกติ ใช้ ECO โหมด ซึ่งช่วงนี้ผมยังไม่ได้ขับจึงขอพาชมห้องโดยสารก่อนดีกว่า ดูจากแผงหน้าปัดและคอนโซลกลางการออกแบบล้ำสมัยมาก ชุดมาตรวัดและจอแสดงผลแบบดิจิตอล 3 มิติ MID หรือ Advance Multi-Information Display ติดตั้งกลางแผงหน้าปัดด้านบน ให้ความชัดเจนแม้ขับท่ามกลางแดดจัด หน้าจอหลักแสดงตำแหน่งเกียร์ โหมดขับเคลื่อน ความเร็ว อัตราสิ้นเปลืองแบบ Real-Time และปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ด้านซ้ายแสดงการทำงานของระบบ Synergy Hybrid ในขณะนั้น ด้วยรูปแบบของกราฟิก และดูอัตราสิ้นเปลืองย้อนหลังได้ แยก Trip A และ B พวงมาลัยทรง 4 ก้าน อำนวยความสะดวกโดยติดตั้งสวิตช์ทรงกลม ด้านซ้ายควบคุมเครื่องเสียง ถัดลงไปเป็นสวิตช์ควบคุมโทรศัพท์ ฝั่งขวาควบคุมจอเอนกประสงค์ และระบบปรับอากาศ และมีสวิตช์ ครูสคอนโทรล อยู่ด้านล่างของพวงมาลัย เมื่อสัมผัสสวิตช์ทรงกลมทั้ง 2 ข้าง ภาพกราฟิกของสวิตช์จะปรากฎขึ้นบนจอ จึงไม่ต้องละสายตาจากถนนลงมามองที่พวงมาลัย

      คอนโซลกลางติดตั้งชุดเครื่องเสียงแบบซีดี 6 แผ่น รองรับ MP3, WMA และมีช่องต่อ AUX ในรุ่น Top Grade ด้านข้างมีสวิตช์เปิด-ปิดระบบ HUD หรือ Head-up Display แสดงความเร็วแบบตัวเลข และระดับการขับแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมบนกระจกหน้า สามารถปรับระดับสูง-ต่ำและความสว่างได้ ถัดลงมาเป็นสวิตช์ควบคุมเครื่องปรับอากาศ คอนโซลเกียร์ที่เป็นชิ้นเดียวกับคอนโซลกลาง ติดตั้งสวิตช์เปลี่ยนโหมดการขับซึ่งแบ่งเป็น 3โหมด คือ Power Mode, Eco Mode และ EV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ฝั่งขวาเป็นสวิตช์เข้าเกียร์ P สามารถกดได้จากทุกตำแหน่งเกียร์ ส่วนเบรกมือเป็นแบบใช้เท้าเหยียบ

   คันเกียร์ไฟฟ้าสีฟ้าอ่อนออกแบบได้โดนใจ มีที่เก็บของพร้อมฝาปิด ที่เท้าแขนเลื่อนได้พร้อมที่เก็บของในตัว คอนโซลกลางเป็นแบบโปร่ง ด้านล่างจึงมีที่เก็บของได้อีกพอสมควร พร้อมสวิตช์อุ่นเบาะหน้าฝั่งซ้าย-ขวา และช่องจ่ายไฟฟ้า 12โวลต์ บนเพดานมีไฟส่องสว่างสำหรับด้านหน้า กล่องเก็บแว่นตา และที่บังแดดพร้อมกระจกเงาและไฟส่องสว่าง กระจกหลังมีสวิตช์เปิด-ปิดระบบตัดแสงอัตโนมัติ  เบาะผู้ขับปรับด้วยมือ แต่มีสวิตช์ปรับที่ดันหลังด้วยไฟฟ้ามาให้ และมีระบบอุ่นเบาะพร้อมสวิตช์อยู่ใต้คอนโซลกลาง  เล่าจบเรื่องภายในก็แวะทานข้าวพอดี 

     ช่วงที่ 2: จาก ดอยตุง ไปยัง ช้างมูบ ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร ผมขอเล่าต่อถึงเครื่องยนต์แล้วกัน (เพราะยังไม่ได้ขับ)  เจ้า Prius ใช้เครื่องยนต์รหัส 2ZR-FXE เบนซิน 4สูบ DOHC 16วาล์ว VVT-i ความจุ 1,797ซีซี Atkinson Cycle มีระบบ EGR - Exhaust Gas Recirculation ให้กำลังสูงสุด 99แรงม้า ที่ 5,200รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 14.46กก.-ม. ที่ 4,000รอบต่อนาที ถังน้ำมันจุ 45ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 650โวลต์ มีกำลังสูงสุด 82แรงม้า แรงบิด 21.09กก.-ม. ซึ่งลองมองจากสเป็คเครื่องยนต์แล้วก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะนอกจากจะมีแรงม้าปกติ แล้วยังมีแรงม้าจากมอเตอร์ไฟฟ้าอีก

  คราวนี้ได้เวลาผมได้ขับบ้างละ เพื่อเดินทางไปยัง แม่สาย ด้วยเส้นทางสายเก่าเลาะตะเข็บชายแดนไทย-พม่า กลับเข้าถนนเส้นหลักพหลโยธิน เพื่อกลับมาที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ระยะทางประมาณ 67 กิโลเมตร เริ่มต้นเห็นเส้นทางผมขยับเปลี่ยนเกียร์ “B” ทันที เพราะเป็นเส้นทางลงเขาแคบๆ โค้งหักศอกตลอดทาง แถมด้วยคนขับนำเป็นนักแข่งซะด้วย เรียกได้ว่าได้เห็นสมรรถนะของ “B” โหมด และระบบกันสะเทือนหน้าอิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัตพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม แน่..แน่

    จากการดสอบ “B” โหมดซึ่งเป็นการชาร์ทแบตเตอรี่แล้ว ยังทำหน้าที่คล้ายกับ Engine Brake เวลาขับลงเขาจะคล้ายกับเราใส่เกียร์ต่ำเอาไว้ ซึ่งตัวมอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยทำการหน่วงความเร็วไว้ทำให้เค้าโค้ง ลงทางลาดชันได้ดีขึ้น ลดการใช้เบรกให้น้อยลง ซึ่งก็สามารถทำได้ดีในระดับที่หน้าพอใจ ยิ่งเสริมความปลอดภัยด้วยตัวช่วยอิเล็กทรอนิกส์  VSC ควบคุมเสถียรภาพ และ TRC ป้องกันล้อหมุนฟรี เพราะบางช่วงที่ผมเข้าโค้งแรงๆ ระบบ VSC ส่งเสียงเตือนและมีสัญญาณไฟกะพริบว่ากำลังทำงาน

    ส่วนช่วงล่างนั้นอันนี้ถือว่าทำได้ดีเกินกว่าที่ผมคาดเอาไว้ เพราะการเข้าโค้งโหดๆ ขนาดนี้ด้วยความเร็วที่สูงมันสามารถพาเราผ่านโค้งต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ เรื่องระบบเบรกเป็นแบบดิสก์ 4 ล้อ พร้อม ABS และ EBD ต้องทำความคุ้นเคยสักพักจึงจะเบรกได้อย่างนุ่มนวล แต่ระบบพิเศษที่มีมาเพิ่มคือเมื่อเบรกจนกระทั่งรถหยุดนิ่ง แล้วกดแป้นเบรกต่อลงไปอีกนิด จะเป็นการเปิดระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน มีไฟสัญญาณเดียวกับ VSC สว่างขึ้น โดยเมื่อยกเท้าจากแป้นเบรกแล้ว เบรกจะทำงานค้างไว้ให้ประมาณ 3 วินาทีเพื่อป้องกันรถไหล ใช้งานง่ายและมีความนุ่มนวลเมื่อปลดเบรก และถ้าเบรกกะทันหันไฟเบรกจะกะพริบเตือนผู้ขับที่ตามมา ลดโอกาสการถูกชนท้าย

    หลังจากที่เรากลับรถที่ด้านแม่สาย ผมลอง EV โหมดขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ ทดลองขับแล้วมีความรู้สึกเงียบและราบเรียบ ทำงานจากความเร็ว 0-48  กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้ากดคันเร่งหนักๆ หรือความเร็วเกินก็จะตัดเข้าโหมดไฮบริด ตอนที่เครื่องยนต์ดับเมื่อจอดรถนิ่ง หรือสตาร์ทอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็ว แทบไม่รู้สึกถึงความสั่นสะเทือนของการสตาร์ทเครื่องยนต์เลย  

    โหมดสุดท้าย Power  โหมด   สุดท้ายที่ผมได้สัมผัส แรงขึ้นชนิดสัมผัสได้ ทำความเร็วได้ทะลุ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ช่วงความเร็วเกิน 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปขยับขึ้นช้าหน่อย แต่เวลาเร่งเครื่องรอบสูงมากๆ มีเสียงเครื่องยนต์เข้ามาในห้องโดยสารอยู่บ้าง แต่ก็ช่วยเร้าอารมณ์การขับให้ดูสปอร์ตมากขึ้นครับ เรื่องระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT อัตราทดต่อเนื่องจึงมีการทำงานราบเรียบนุ่มนวลดีเยี่ยม



TOYOTA Prius มีให้เลือก 2 รุ่น คือ

Standard Grade ราคา 1,190,000บาท

Top Grade ราคา 1,260,000บาท

สำหรับสี White Pearl เพิ่มเงิน 10,000 บาท (มีเฉพาะ Top Grade) ถ้าไม่นับสีพิเศษ ราคาของทั้ง 2 รุ่นจะต่างกัน 70,000บาท อุปกรณ์ที่ได้เพิ่มจากรุ่น Standard Grade คือ ไฟหน้า LED พร้อมระบบปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ, กระจกประตูคู่หน้าลดการเกาะตัวของหยดน้ำ และระบบอุ่นเบาะคู่หน้า ดูจากอุปกรณ์และราคาแล้วคิดว่าคนส่วนใหญ่คงซื้อรุ่น Top Grade

 

สุดท้ายขอขอบคุณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ให้ iAMCAR VARIETY E-MAGAZINE ได้ร่วมทริปการทดสอบดี..ดี และสัมผัสนวัตกรรมดี..ดีครับ
 

Media

ค้นหา

แนะนำบทความอื่นๆ

ทีเอสแอล ควงแขน โลรินเซอร์ จากประเทศเยอรมัน
เต็มที่กับชีวิตสุดมันด้วย “อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ไลฟ์สไตล์ปิกอัพ สำหรับคนรุ่นใหม่!
BRG รามคำแหง กรุ๊ป  เผยโฉม Honda Insight Hybrid ครั้งแรกในเมืองไทยในงาน BRG Mini Motor Show
Banner-B1
Banner-B2