online cigarettes cheap newport
cigarettes online pall mall non filter
price of newport cigarettes in virginia
cigarettes marlboro filter
marlboro cigarettes on sale
marlboro cigarettes buy india
Cheap Usa Cigarettes
Cigarettes Wholesalers
Buy Cheap Lucky Strike Ks Silver
cohiba esplendidos cigars
cohiba cigars rancho cucamonga
cuban tobacco cohiba
Buy Winston in Massachusetts
Buy Cigarettes Free Shipping in Massachusetts
Buy Cheap LM USA
Friday, 03 February 2012 00:14

New TOYOTA Fortuner 3.0V 2WD

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกๆ ท่าน ในปีนี้ผมไม่ทราบว่าเป็นเพราะปีมังกรน้ำหรือเปล่า จึงทำให้ สายฝนตกโปรยปรายตั้งแต่ต้นปีแบบนี้ คิดแล้วผมก็เริ่มหวั่นๆ กลัว “น้องน้ำ” จะมาแวะเวียนแถวบ้านผมอีก พอคิดแบบนี้ ผมจึงอยากหารถดีๆสักคัน ที่สำคัญต้องพาผมหนีน้ำได้ ผมเลยอยากจะนำ New TOYOTA Fortuner  Minor Change 2011 มาทดสอบสมรรถนะ เผื่อเอาไว้เป็นตัวเลือกให้ผู้อ่านหลายๆท่านที่กำลังรู้สึกกลัวน้องน้ำแบบผม

 

ปรับโฉมให้ดูหรู พร้อมความแข็งแกร่ง


    การปรับโฉม New TOYOTA Fortuner ต้องบอกว่าเป็น “Big Minor Change” ครั้งใหญ่จริงๆ เพราะด้วยรูปลักษณ์ภายนอกแตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยเริ่มจากกันชนหน้า-หลัง ที่ปรับให้เป็นเหลี่ยมสันมากขึ้น ซึ่งในจุดนี้ทางโตโยต้า เน้นถึงความแข็งแกร่งของตัวรถ ส่วนกระจังหน้าแม้เส้นสายจะดูออกแนวเหลี่ยม แต่หรูด้วยสีโครเมียม ขนาบไว้กับส่วนไฟหน้าเป็นแบบโปรเจ็คเตอร์ที่ดีไซน์ให้ดูเป็นอัญมณีชั้นเลิศ เพิ่มทัศนวิสัยยามค่ำคืนที่ดีขึ้น   ด้านข้างปรับโป่งล้อ (Over Fender) ให้มีเส้นสายให้โค้งมนคล้าย SUV ตัวหรูของค่าย กระจกมองข้างไฟฟ้านอกจากดีไซน์ให้ต้านลมน้อยลงแล้วยังโฉบเฉี่ยวขึ้น พร้อมไฟเลี้ยวในตัวด้วย  

 

 

 

ส่วนท้ายโดดเด่นมากด้วยโคมไฟท้ายแบบมัลติรี เฟล็กเตอร์ที่ดูคล้ายซ่อนอัญมณีสีแดงไว้ข้างใน ซึ่งนอกจากจะดูหรูหราแล้วยังสามารถให้รถคันหลังที่ตามมา มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม สุดท้ายเป็นแผ่นคิ้วโครเมี่ยมที่ฝาท้ายพร้อมโลโก้ “Fortuner” ที่ใช้ฟอนท์ดุดันเพื่อสะท้อนความแข็งแกร่งตามคอนเซ็ปท์ตัวรถ ในเรื่องการดีไซน์ภายนอกส่วนตัวผมมองว่าเป็นการ “Minor Change” ที่คุ้มค่ากับผู้บริโภคเพราะมีการเปลี่ยนแปลงหลายจุด แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด มองแล้วเป็นการยกระดับจากรุ่นเดิมให้กลายมาเป็น SUV ในระดับรถหรูมากขึ้น

 

 

 

 

ให้มาครบเหมาะกับ SUV Style.


     เปิดประตูมาชมภายในการปรับปรุงเริ่มตั้งแต่พวงมาลัยดีไซน์ใหม่แบบ  4 ก้านพร้อม Multi-function บนพวงมาลัย ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสไม่ต้องละสายตาหรือเอื้อมมือไปในส่วนของคอนโซลความปลอดภัยในการขับจึงมีมากขึ้น ส่วนหลังพวงมาลัยก็มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ให้ด้วย ในส่วนแผงคอนโซลหน้า เพิ่มความหรูด้วยลายไม้สีดำเงา ส่วนคอนโซลหน้ากลางด้านบนสุดมี จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (MID) ซึ่งเป็นทั้งเข็มทิศ, นาฬิกาดิจิตอล, บอกอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงขณะขับขี่ (กม./ลิตร), คำนวนระยะทางที่น้ำมันในถังสามารถวิ่งได้ และบอกอุณหภูมิภายนอก บนเพดานหลังคามีที่เก็บแว่นตา  ไฟส่องแผนที่ ที่ดีไซน์แบนเรียบกับเพดานหลังคาใช้งานได้สะดวก
    

ส่วนระบบเครื่องเสียงแบบ1DVD พร้อมจอสัมผัสขนาด 6.1” เมนูบนจอแสดงภาพแบบ Touch-screen สามารถเล่นวิทยุ ซีดี ดีวีดี พร้อมระบบ MP3 / WMA และลำโพง 6 ทิศทาง พร้อมระบบ ASL ปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ เพิ่มช่องทางความบันเทิงให้มากขึ้นด้วย ช่องต่อ USB / AUX ระบบเชื่อมต่อแบบ Bluetooth  เชื่อมต่อระบบ Hand free ของโทรศัพท์แบบไร้สาย ช่วยให้การสนทนา และควบคุมโทรศัพท์เป็นไปอย่างง่ายดาย แต่ที่ผมลองแล้วสนุกกว่านั้นอีก ผมลองสั่งงานผ่าน iphone4 เชื่อมด้วย Bluetooth สามารถเลือกเพลงจาก iphone4 ได้สบายโดยไม่ต้องเชื่อมจากสาย USB ครับ ในส่วนกล้องมองหลังแสดงบนหน้าจอยังมีให้เหมือนเดิม

 

 

 

 

ส่วนเบาะนั่งเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง หุ้มด้วยหนังอย่างดีสีเบจปรับไฟฟ้า ตัวเบาะนั่งสบายกว้างขวางและยังสามารถปรับได้จนรู้สึกสบาย ในส่วนของภายในผมว่าเค้าให้ความอเนกประสงค์มาเยอะดีครับ อุปกรณ์ที่ให้ก็มีพอๆ กับ SUV ที่ราคาเกิน 2 ล้านบาท เรื่องระบบแอร์ก็มีให้ตอนหลังด้วย แถมสวิทซ์เปิด-ปิด ก็ทำงานแยกกับตอนหน้าทำให้สะดวกสบายเย็นทั่วทั้งคันแน่ๆ ครับ

 

 

 

 

 

ความแรงไหลลื่น พร้อมนวตกรรมความประหยัด


   ออกเดินทางลองสมรรถนะกันสักที เครื่องยนต์ดีเซลตัวนี้ยังใช้พื้นฐานเดิมจากรุ่นเก่าในรหัส 1KD-FTV แบบ 4 สูบ 16 วาว์ล ความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศ VN TURBO ให้กำลังสูงสุด 163  แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที มาดูความพิเศษที่เพิ่มมาในรุ่นนี้ดีกว่า  คือ ระบบ Diamond Tech ซึ่งแบ่งการทำงานออกเป็น กล่องคอมพิวเตอร์แบบ 32 บิทที่สามารถเรียนรู้และจดจำพฤติกรรมการขับขี่ ทำหน้าที่สั่งจ่ายน้ำมันแม่นยำ ไม่มีการจ่ายเชื้อเพลิงเกินในทุกรอบเครื่องยนต์ โดยกล่อง ECU ควบคุมการทำงานระบบของเครื่องยนต์โดยใช้การคำนวนลดปริมาณน้ำมัน ไม่ให้มีส่วนเกินทุกครั้งที่มีการลดความเร็วรอบเครื่อง โดยการคำนวนและแยกการสั่งจ่ายน้ำมันออกจากกันในแต่ละกระบอกสูบอย่างสิ้นเชิง คือง่ายๆ แต่ละสูบจะมีการจ่ายน้ำมันไม่เท่ากัน กล่อง ECU จะคำนวนว่าสูบไหนควรใช้น้ำมันเท่าไหร่ และจะสั่งจ่ายเท่าที่จำเป็นต้องใช้งานเท่านั้น หัวฉีด Commonrail Direct Injection ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเป็นละอองฝอยที่มีความละเอียดสูงแบบ 12 รู ช่วยให้การเผาไหม้หมดจดมากขึ้น  ชและยังทำให้มีความแรงแบบต่อเนื่องและประหยัดน้ำมันมากขึ้น ต่อมากลไกชุดหัวฉีดภายในยังเคลือบสาร Diamond Liked Carbon Coating ช่วยให้การฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงคล่องขึ้นและป้องกันการเกาะตัวของคราบเขม่าที่ เกิดขึ้นจากการเผาไหม้บริเวณช่องจ่ายน้ำมันของหัวฉีด ช่วยลดปัญหาการอุดตันของหัวฉีดด้วย

 

 

ส่วนระบบอัดอากาศแบบ VN Turbo  Intercooler เป็นเทอร์โบแปรผันที่สามารถควบคุมครีบปรับแรงดันด้วยมอเตอร์ ผ่านการสั่งงานจากคอมพิวเตอร์ 32 บิต โดยสั่งการทั้งการปิด-เปิดครีบปรับแรงดันอากาศ รวมถึงองศาการเปิด-ปิดที่เหมาะสมสัมพันธ์ในทุกย่านรอบเครื่องยนต์
   

ในการทดสอบครั้งนี้ผมใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา ซึ่งไม่ไกลมาก เพราะผมเองเคยไปทดสอบทริปรวมที่เกาะสมุยมาแล้ว ซึ่งตัวที่เคยขับก็เป็น 3.0 ลิตรเหมือนกัน เครื่องยนต์ตัวนี้พอมาทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด จะแตกต่างกับรุ่นเก่าตรงความไหลลื่นของความเร็ว ซึ่งจะไม่กระชากเวลาเปลี่ยนเกียร์ เวลากดคันเร่งจมๆ จะไม่ถึงกับหลังติดเบาะ ความเร็วจะไหลขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ขึ้นเร็วใช้ได้ ยิ่งอยู่ในช่วง 3,000 – 4,000 รอบ/นาที ดุดันดีไม่น้อย จนความเร็วผมไหลไปเกือบ 180 กม./ชม. แต่ตอนที่ผมขับถนนไม่โล่งพอที่จะหาความเร็วสูงสุดได้ ในเรื่องของอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงเรื่องนี้คนไทยก่อนซื้อรถกังวลกันมาก ความเร็ว 90 กม.ชม. ประมาณ 18 กม./ลิตร ความเร็ว 120  กม./ชม. ประมาณ 14 กม./ลิตร (วัดจากจอแสดงข้อมูลการขับขี่ในรถ) แต่ผมทำการทดสอบเป็นระยะทาง 235 กม. เติมน้ำมันไป 488 บาท (ดีเซลลิตรละ 31.13 บาทต่อลิตร) ซึ่งต้องบอกว่าความเร็วไม่คงที่นัก ช่วงขับช้าก็ประมาณ 100 กม./ชม. เร็วก็ 160 กม./ชม. สลับกันไปครับ ในส่วนของเครื่องยนต์ผมว่าทำได้ดีกำลังเหลือ แต่ถ้าเพิ่มเป็นเกียร์อัตโนมัติเป็น 5 สปีด ปรับอัตราทดใหม่ให้ประหยัดน้ำมันมากกว่านี้ จะแจ่มเลยครับ

 

 

นิ่มนวลขึ้น การทรงตัวดีขึ้น


    ระบบช่วงล่างหลักยังคงเดิม แต่ปรับปรุงให้มีความนิ่มนวลที่มากขึ้น การทรงตัวในความเร็วสูงดีขึ้น เติมล้อแม็กอัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้วที่รัดไว้ด้วยยาง 265/65 R17 เข้าไปอีก ในความรู้สึกผมที่แปลก คือ ความเร็วเกิน 100 กม./ชม. ผมจะมั่นใจในการขับขี่มาก เปลี่ยนเลนซ้าย-ขวา  ตอบสนองได้ดี แต่ในความเร็ว 80-90 กม./ชม. กลับรู้สึกโคลงเล็กน้อย ซึ่งไม่ทราบว่ารู้สึกแบบนี้ได้ยังไง ส่วนในโค้งต่างๆ ถ้าเปรียบกับรถสูงๆ ในราคาระดับเดียวกันก็ไม่เป็นรองใคร ถือว่าใช้ได้ ที่สำคัญผมชอบตรงความนิ่มนวลที่มีมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม ทำให้เวลาเดินทางไกลๆ ไม่เหนื่อยล้ามากนักครับ

 

 


    New TOYOTA Fortuner 3.0V 2WD ในราคา 1,319,000 บาท กับการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในหลายๆ ฟังค์ชั่นการใช้งานที่มาครบในสไตล์ SUV อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ไม่น้อยเกินไปและความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ ผมก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะบ้างทีถ้าเราไม่มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องบุกตะลุยมากนัก 2WD ก็เหลือเฟือแล้วครับ ที่สำคัญประหยัดเงินไปได้เกือบแสน ท่านที่สนใจลองไปสัมผัสดูได้ทุกโชว์รูมของ TOYOTA ทั่วประเทศครับ

 

Gallery

 

 

 

 

 

Media

New TOYOTA Fortuner 3.0V 2WD

ค้นหา

แนะนำบทความอื่นๆ

อีซูซุยอดนักขับมือทอง
TR Exclusive Limousine
ฮอนด้าพิชิต 4 รางวัล Thailand Car of the Year ประจำปี 2009
Banner-B1
Banner-B2