newport cigarettes filtered
newport cigarettes in ohio
newport light cigarettes
cheap cigarettes cartons marlboro
cheap marlboro cigarettes online free shipping
list of all marlboro cigarettes
Buy Marlboro Gold
Buy Jps Cigarettes
Cigarette Marlboro For Sale
e cigarettes liquid buy online
h upmann cigars 46
montecristo cigars purchase
Buy Fortuna Cigarettes in Washington
Buy Cigars in Illinois
Buy Montecristo Cigars in Connecticut
Tuesday, 14 February 2012 19:45

NISSAN Navara Calibre Double Cab LE 5AT

    ผมว่าในช่วงปีนี้สงครามรถกระบะ 1 ตันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะแต่ละค่ายต่างก็งัดทีเด็ดออกมาให้กลุ่มลูกค้าของตนกันแบบไม่อั้น ซึ่ง NISSAN ก็ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ไม่น้อย ด้วยรูปลักษณะที่แข็งแกร่ง ดุดัน บ่งบอกถึงรถกะบะสายพันธุ์ใหม่ที่พร้อมลุย ผมจึงนำ NISSAN Navara Calibre Double Cab LE 5AT ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด อีโค พาวเวอร์ (Eco Power) มาทดสอบ เพราะนอกจากจะเป็นรถกะบะที่พร้อมลุยได้ทุกสถานการณ์แล้ว ยังสามารถใช้กับครอบครัวคนเมืองได้อีกด้วย

 

 
 
แกร่งทุกอนูของการออกแบบ
 
หลังจากที่ไปรับรถมาจากทาง PR NISSAN ผมก็เริ่มเห็นถึงเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งที่สะท้อนออกมาจากการออกแบบ ที่เป็นเหลี่ยมสันและสง่างาม แต่ในรุ่นนี้มีการเสริมราวหลังคาสปอร์ต (ROOF RAIL) เพื่อสร้างความโดดเด่นให้เป็นตัวลุยมากขึ้น ขยับมาด้านข้างสิ่งแรกที่สะดุดตาจะเป็นกระจกมองข้างโครเมี่ยมขนาดใหญ่ พร้อมไฟเลี้ยวในตัว (SIDE TUNING LAMP) ขยับมาด้านล่างจะเห็นคิ้วล้อสไตล์ออฟโรดที่ออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกับตัวรถ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งในจุดนี้เมื่อจับคู่กับบันไดข้างสไตล์ออฟโรด ทำให้ตัวรถด้านข้างออกมาโดดเด่นในสไตล์แกร่งตามที่ NISSAN วางคอนเซ็ปให้เป็นตัวลุยของคนเมือง   โดยรวมในด้านการออกแบบของคันนี้ผมว่าเค้าชัดเจนมาก ใครที่ชอบรถกระบะที่มองแล้วดุดัน แกร่ง พร้อมลุย  NAVARA ออกแบบมาชัดสุดๆ แล้วครับ
 
 

 

 

มาพร้อมความสะดวกสบายแบบรถหรู

 
มาชมภายในบ้างดีกว่าเริ่มจากคอนโซลหน้า ที่เน้นออกแบบให้ดูแข็งแกร่ง ใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในชิ้นงานพลาสติกให้ดูเป็นออฟโรดนิดๆ  แต่แผงหน้าปัดอาศัยความโค้งมนของมาตรวัดทรงกลม 4 ชุด คือ มาตรวัดรอบ และมาตรวัดความเร็ว ซึ่งมีจอดิจิตอลขนาดเล็กรวมอยู่ด้วย ด้านข้างซ้าย - ขวาเป็นมาตรวัดขนาดเล็กบอกอุณหภูมิ และ ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง พวงมาลัยแบบ 3 ก้านหุ้มด้วยยูรีเธนที่ออกแบบให้คล้ายเป็นหนังเรียบสลับกับหนังรู ช่วยให้ดูดีขึ้น และจับกระชับมือ ที่ก้านฝั่งขวาติดตั้งสวิตช์ควบคุมระบบ CRUISE CONTROL ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก พร้อมไฟเตือนบนแผงหน้าปัดเมื่อเปิดใช้ ระบบความปลอดภัยมีแอร์แบ็กคู่หน้ามาให้ด้วย
 
คอนโซลกลางติดตั้งชุดเครื่องเล่นดีวีดีระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว (DVD TOUCH SCREEN) ต่ำลงมาเป็นสวิตช์ควบคุมระบบแอร์ คอนโซลเกียร์ออกแบบเรียบๆ มีช่องใส่ของ ที่วางแก้ว/ขวดน้ำ กล่องเก็บของพร้อมฝาปิดเป็นที่เท้าแขนในตัว เบาะผู้ขับกว้างนั่งสบายสามารถปรับ สูง - ต่ำ ได้ที่นั่งด้านหลังก็ไม่แคบถือว่าเป็นกระบะสี่ประตูที่นั่งสบาย กุญแจรีโมทคอนโทรลป้องกันการโจรกรรมจากกุญแจผี พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย และระบบป้องกันการโจรกรรมสมบูรณ์แบบ อิมโมบิไลซ์เซอร์ (Immobilizer) โดยรวมของภายในดีไซน์เรียบๆ เน้นการใช้งานที่สะดวกสบายมากกว่าความหวือหวาในการออกแบบ
 
 
 

 
อัตราเร่งแบบต่อเนื่่อง
 
   
ก่อนที่จะออกไปทดสอบสมรรถนะกันเราไปรู้จักเครื่องยนต์ YD25DDTi Mid Power Commonrai ที่ติดตัวคันนี้มาก่อนดีกว่า เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลแบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผัน (VNT) และอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุกระบอกสูบ 2,488 ซีซี. ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบคอมมอนเรลควบคุมด้วย ECCS 32 บิท ให้แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 356 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด แบบ L TYPE ชุดเกียร์ขนาดเล็กน้ำหนักเบา ประมวลผลและควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (BUILT-IN COMPUTER) ควบคุมการทำงานของชุดเกียร์โดยตรง ด้วยการปรับเปลี่ยนแรงดันน้ำมันภายในชุดเกียร์ เพื่อปรับเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับทุกรูปแบบการขับขี่
   
ในการทดสอบครั้งนี้ผมใช้ระยะทาง 600 กม. เรียกได้ว่าไกลมากทีเดียว เพราะผมต้องการทราบถึงสมรรถนะอันแท้จริงของรถคันนี้ ในเรื่องอัตราเร่งไม่ได้กระชากจนหลังติดเบาะ แต่ถ้าคุณมองที่เรือนไมล์เข็มความเร็วจะไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ จะไปช้าลงก็เมื่อความเร็วอยู่  160 กม./ชม. แต่ก็ยังสามารถไหลไปได้อีกจนถึง 175 กม./ชม. ในเรื่องของอัตราเร่ง ผมว่า นิ่มนวลครับ คงเป็นผลมาจากระบบเกียร์ที่มีการควบคุมจาก BUILT-IN COMPUTER มาถึงสิ่งที่แฟนพันธุ์แท้เครื่องยนต์ดีเซลอยากทราบมากที่สุด คือ เรื่องอัตราบริโภคน้ำมันในความเร็วเฉลี่ย 100 กม./ชม. ใช้ระยะทาง 234 กม. ผมใช้เงินไป 357 บาทครับ (ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 27.49 บาท)
 
 

 

 
แข็ง แรง แกร่ง
 
ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง  ส่วนด้านหลังแบบแหนบซ้อนพร้อมช็อคอัพ  รุ่น 4 ประตูที่เรานำมาทดสอบ เน้นที่การโดยสารเป็นหลัก จะมีการปรับช่วงล่างให้นั่งสบายขึ้น แต่ก็คงต้องบอกว่า ยังแข็งไปสักหน่อยยิ่งเมื่อขับบนทางขรุขระหรือเป็นหลุมเป็นบ่อ ต้องเบาคันเร่งสักหน่อย แต่ข้อดีก็มีอยู่เยอะ เพราะช่วงล่างชุดนี้เป็นช่วงล่างที่แข็งแกร่งมาก เรื่องที่จะพาไปลุยบุกป่าฝ่าดงเหมาะมาก หรือในความเร็วสูงก็ไว้ใจได้ครับนิ่งดี  พอมาบวกกับพวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ ยิ่งทำให้การควบคุมแม่นยำทั้งในการเปลี่ยนเลนหรือเข้าโค้งต่างๆ เรียกได้ว่าคล่องตัวจนลืมไปเลยว่ารถเราคันใหญ่มาก
 
 
 
 NISSAN Navara Calibre Double Cab LE 5AT ในราคา 802,000 บาท ถ้าคุณเป็นผู้บริโภคที่รักรถกระบะ 1 ตัน ที่มีรูปลักษณะดุดัน แข็งแกร่ง สมรรถนะที่พร้อมจะพาคุณลุยไปได้ทุกที่ มาลองสัมผัสกันดูทุกโชว์ของ NISSAN  ทั่วประเทศ
 
GALLERY
 
 
 

Media

ค้นหา

แนะนำบทความอื่นๆ

นิสสันเปิดตัว ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์  ใหม่ รถปิคอัพ หรูหรา สไตล์คนเมือง
ฟอร์ดเชิญชวนผู้บริโภคชาวไทยร่วมสนุกกับแคมเปญ
โตโยต้านำ Partner Robot หุ่นยนต์แห่งโลกอนาคต
Banner-B1
Banner-B2