
โฉบเฉี่ยว เน้นทุกรายละเอียดความประหยัด
หลังจากที่ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ปล่อยไม้เด็ดส่งรถ ECO CAR ภายใต้ชื่อ “HONDA Brio” ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 399,900 บาท การออกแบบ ดีไซน์ ล้ำสมัย มีกลิ่นอายความเป็นสปอร์ต ในด้านการคำนวนของหลักอากาศพลศาสตร์ HONDA Brio จะเน้นค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องลดแรงปะทะจากลมให้น้อยที่สุด เพื่อลดความสิ้นเปลืองของการใช้พลังงาน การออกแบบด้านหน้าใช้ไฟหน้าโคมดำแบบฮาโลเจน พร้อมไฟเลี้ยวในตัว ส่วนด้านท้ายโดดเด่นที่ไฟท้ายอันปราดเปรียว และสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 แบบ LED
แม้ตัวรถจะเล็ก แต่เรื่องความปลอดภัย ยังไว้ใจได้ ด้วยการผ่านการทดสอบการชนที่ศูนย์ทดสอบการชนในร่มของฮอนด้า (Real World Crash Test Facility) พร้อมคุณสมบัติในการป้องกันผู้โดยสารจากการชนด้านหน้าและด้านข้างของตัวรถ ตามมาตรฐาน UNECE Reg. 94 (01) และ UNECE Reg. 95 (02) ดังนั้นแล้วจึงไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง
กว้างขวาง ใช้งานง่าย
คราวนี้มาชมการออกแบบภายในที่เน้นความกว้างขวางเป็นหลัก เพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัด จึงเลือกใช้สีโทนอ่อนๆ แบบทูโทน ส่วนคอนโซลหน้าออกแบบมาให้ง่ายกับการใช้งาน
พวงมาลัยเป็นแบบสามก้าน จับกระชับมือ มาตรวัดแบบสปอร์ตพร้อมมาตรวัดแสดงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน และยังมีสัญลักษณ์ “ECO” เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ทราบว่า...คุณกำลังใช้งานในโหมดที่ประหยัดที่สุด
ระบบเครื่องเสียงแบบ 2 DIN และช่องเชื่อมต่อ USB ส่วนความปลอดภัยในห้องโดยสารมีทั้ง ถุงลมอัจฉริยะด้านคนขับแบบ i-SRS และ ผู้โดยสารด้านหน้าแบบ SRS และเข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ (Pretensioner Seatbelts) จะดึงสายเข็มขัดให้ตึง ขณะที่ระบบผ่อนแรง (Load Limiter) จะช่วยป้องกันและลดแรงกด บริเวณหน้าอก เพื่อลดอาการบาดเจ็บ สุดท้ายเป็นระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และระบบ สัญญาณกันขโมย
ความประหยัดแบบ 34 กม./ลิตร
ได้เวลาออกไปทดสอบกันแล้วครับ กับเครื่องยนต์ i-VTEC 4 สูบ ความจุ 1.2 ลิตร ที่ให้พลัง 90 แรงม้า สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิง E20 ปล่อยไอเสียสะอาดตามเกณฑ์มาตรฐานยูโร-4 พร้อมระบบส่งกำลังแบบ CVT ครั้งนี้ผมพา HONDA Brio V เกียร์ CVT ออกเดินทางด้วยการขับแบบชิวๆ ไปหาอาหารอร่อยๆ ทานที่หัวหิน โดยผมใช้ความเร็วประมาณ 80-100 กม./ชม. และมีผู้โดยสารอีก 2 ท่าน ผมลองเช็คปริมาณการใช้น้ำมันจากมาตรวัดเฉลี่ยอยู่ที่ 30 กม./ลิตร
ความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ถึงแม้จะเป็นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร และมีผู้โดยสารอีก 3 ท่าน รวมผม ก็ยังสามารถทำได้ดี จากความเร็ว 100-145 กม./ชม. ยังลื่นไหลไปได้ แต่ความเร็วดันมาหยุดที่ 145 กม./ชม.เพราะมีการล็อคเอาไว้ เนื่องจากวิศวกรจากญี่ปุ่นให้เหตุผลว่าเป็นความเร็วที่เหมาะสมกับรถยนต์ที่ใช้ใน เมือง (ECO CAR) ไม่ควรจะเร็วไปมากกว่านี้ ผมจึงลากยาวๆ สัก 20 กม. ในความเร็ว 130 – 145 กม./ชม. พอถึงที่หมายลองเช็คปริมาณการใช้น้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 19 กม./ลิตร ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี
ส่วนเรื่องการประหยัดน้ำมัน ผมทำได้ดีที่สุด คือ 34 กม./ลิตร ซึ่งผมใช้ความเร็วในการเดินทาง 60-80 กม./ชม ซึ่งก็ไม่ได้ช้ามากนัก หากนำมาใช้ในเมือง แต่หากจะต้องเดินทางไกลไปต่างจังหวัด หรือต้องขึ้นเขาทางลาดชัน อาจจะต้องคำนวนเรื่องสมรรถนะของเครื่องยนต์สักนิด รวมถึงเวลาแซงที่ต้องใช้ความเร็วเกิน 120 กม./ชม. ต้องกะระยะกล่องที่ตัด 145 กม./ชม. ด้วยนะครับ
145 กม./ชม. ก็ยังนิ่ง
ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบคานบิดทอร์ชั่นบีมทรงตัว H และล้ออัลลอยขนาด 14 นิ้วรัดด้วยยางขนาด 175/65 R14 พร้อมระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรค EBD ทำให้การทรงตัวในความเร็วสูงยังถือว่าใช้ได้
ในราคาค่าตัว 508,500 บาท สำหรับ HONDA Brio V AT CVT สิ่งที่ผู้บริโภคจะได้รับ คือ ความประหยัด และการนำวัสดุที่ได้มาตรฐานมาประกอบ ดีไซน์ สวย ล้ำสมัยเและศูนย์บริการที่อยู่ใกล้บ้านคุณ
GALLERY




