BMW 325i Convertible

bmw-325i-convertible

ความสุขของการได้ขับรถสปอร์ต เปิดประทุนกินลมชมวิว พร้อมแรงม้าที่มีมากมายเกินการใช้งาน มันช่างเป็นความสุขที่เหนือคำบรรยาย จริง…จริง

ที่จริงผมเคยนำ BMW 325 i Coupe SE ซึ่งเป็นรถที่มีพื้นฐานเดียวกันเลย เครื่องยนต์บล็อคเดียวกันเลย แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าอารมณ์การขับขี่และความรู้สึกที่ได้สัมผัสก็แตกต่างกันพอสมควรเลยทีเดียว
พอผมรู้ว่าจะได้สัมผัส BMW 325i Convertible ก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปรับที่ BMW ในซอยต้นสนแถวเพลินจิต หลังจากรับรถมาเรียบร้อยก็ต้องรีบกลับมาออฟฟิค เพื่อเก็บข้าวของเพื่อไปชมการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับประเทศของบ้านเรา แล้วก็เป็นการทดสอบ  BMW 325i Convertible ไปด้วยในตัวด้วย

ผมเริ่มสตาร์ทการเดินทาง ตั้งแต่เช้าเพื่อจะลองดูว่าถ้าผมลองขับความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนถึงจังหวัดสระแก้วที่ใช้ระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร จะใช้น้ำมันขนาดไหน พอถึงที่หมายผมลองแวะเติมน้ำมันดูว่าผมจะต้องเสียเงินในการเดินทางขามา เท่าไร ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่ารถระดับ 200 กว่าแรงม้าจะเติมน้ำมันไปแค่ 550 บาท (ราคาแก๊สโซฮอล 95 ลิตรละ 26.95) ลองเปิดประทุนดูแต่กลับเกิดปัญหาว่าผมกดปุ่มเปิดมันดันเปิดไม่ได้
ตอนแรกในใจนึกว่างานเข้าแล้วไง ใส่เกียร์ P ก็ทำแล้ว เหยียบเบรคก็ทำแล้ว กดปุ่มเปิดทางคอนโซลเกียร์ก็ทำแล้วทำไมเปิดไม่ได้ นั่งหากันอยู่นานมากจะลองมาเปิดฝากระโปรงท้ายปรากฎว่า ลืมเอาแผ่นลองการพับหลังคาที่ซ่อนอยู่ลงมาเท่านั้นเอง หลังจากชักแผ่นมาในตำแหน่งพร้อมเปิดประทุนการพับเก็บหลังคาก็เป็นไปอย่างปกติ โดยใช้เวลาในการพับเก็บประมาณ 30 วินาที


 

แต่รถแรง…แรงแบบนี้จะให้ผมอดใจไม่ให้ไป ลองทดสอบความแรงก็คงเป็นไม่ ได้ ผมลองหาถนนโล่งๆ เพื่อลองสมรรถนะความแรงแบบมีแรงลมเป็นเพื่อนแบบเต็มๆ ผมลองกดคันเร่งเพื่อหาว่าจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำเวลาได้เท่าไร หลังจากหาค่าเฉลี่ยทั้ง 3 รอบออกมาทำเวลาได้ 7.9 วินาที ที่นี้ผมลองมากดกันให้รู้ไปเลยว่าเครื่องยนต์ 218 แรงม้ามันจะมีความเร็วสูงสุดเท่าไร ผมกดสุดๆ เลย สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 248 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงจากหยุดนิ่งถึงเข็มไมล์แตะที่ 200 กม./ชม. ใช้เวลาน้อยนิดมากๆ แต่ช่วง 230-248 อาจใช้เวลาหน่อย แต่มันช่างเป็นความรู้สึกใหม่มากๆ สำหรับตัวผมที่วิ่งในความเร็วระดับ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ได้ยินเครื่องยนต์อันไพเราะของเครื่อง BMW บวกกับ สายลมที่วิ่งผ่านข้างตัวแบบเร็วมากๆ มันเร้าอารมณ์ให้ตัวผมพร้อมที่จะกดคันเร่งเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ที่ผมรู้สึกว่าชอบมากๆ คือการออกแบบการไล่วนของอากาศที่ผ่านตัวรถ แม้คุณจะเปิดประทุนวิ่งด้วยความเร็ว 200 แต่ไม่มีลมวิ่งมาปะทะตัวคุณจนทำให้คุณรู้สึกว่านี้คุณวิ่งด้วยความเร็ว 200 มันจะมีลมผ่านตัวคุณเหมือนคุณขับรถเปิดกระจกในความเร็วซัก 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


มาดูภายในใช้สีแดงสดตัดดำของภายในสะท้อนความเร้าใจ เชิญชวนให้เข้าไปสัมผัสอรรถรสสปอร์ตได้ดีเยี่ยม การออกแบบคอนโซลเป็นเอกลักษณ์ดั่งเดิมของเค้า เติมความหรูหราด้วยลายไม้ Black High-Gloss พวงมาลัยแบบสามก้านพร้อมมัลติฟังก์ชั่น ส่วนเบาะนั่งใช้หนังแท้ Dakota เพิ่มความหรูให้ภาย ส่วนพวกฟังก์ชั่นต่างๆ อย่าง TV CD Bluetooth ฯลฯ สามารถควบคุมด้วยปุ่มกลมๆ ตรงคอนโซลเกียร์ (i DRIVE)

การดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกโดยรวม เน้นโค้งมนออกดูเหมือนครึ่งวงกลมด้วยซ้ำ แต่คนออกแบบใช้การยกเส้นสันคมกริบทั้งตัวกันชนหน้า และฝากระโปรง ประกอบกับการใช้โคมไฟหน้ารมดำที่ออกแบบอย่างโฉบเฉี่ยว จึงทำให้ออกมาดุดันสปอร์ตเต็มภาคภูมิ ด้านข้างเน้นเส้นสันจากหัวจรดท้าย เพื่อให้เข้ากับสเกิร์ตทรงสปอร์ต

ส่วนกระจกมองข้างเป็นทรงรียกสันตรงกลางเพื่อให้สามารถรีดอากาศไม่ต้านลม ส่วนบนหลังคาเปิดด้วยเทคโนโลยีหลังคาแข็งแบบ 3 ชิ้นพับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้า หรือ Retractable Hard-Top มาใช้เป็นครั้งแรก ด้านท้ายดูบีบแคบไปหน่อย ฝากระโปรงท้ายยกขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ได้หลักอากาศพลศาสตร์ในการกดท้ายให้ นิ่งในความเร็วสูงๆ ส่วนไฟท้ายแบบขาว-แดงสามารถสร้างความโดดเด่นให้มุมมองด้านท้าย


   ในราคา 5,290,000 บาท ส่วนผมคิดว่ามันคุ้มค่า ถ้าคุณเป็นต้องการรถยนต์ที่มีสมรรถนะเครื่องยนต์สูงที่สามารถใช้งานบนท้อง ถนนได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งระบบความปลอดภัยที่มีมาตราฐาน รวมถึงรูปลักษณ์และแบรนด์ ที่ทำให้ให้ตัวคุณดูโดดเด่นแตกต่างจากบุคคลอื่นอย่างชัดเจน

 


ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |



คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)