รีวิว : Toyota Yaris Ativ ลองขับแล้วในหลากหลายรูปแบบ มีดีตรงที่..

toyota_yaris_ativ_test_11

ซับคอมแพ็กซีดาน ที่เป็นที่พูดถึงกันมากในตอนนี้อย่าง Toyota Yaris Ativ น้องใหม่ไฟแรงของกลุ่มอีโคคาร์ซีดานจากโตโยต้า ด้วยดีไซน์ใหม่ทั้งคัน ดูโฉบเฉี่ยวสปอร์ต ทัดเทียมคอมแพ็กคาร์ แม้จะพกพาสมรรถนะในพิกัดเพียง 1.2 ลิตร แต่ออปชั่น และการดีไซน์ที่ใส่ใจไม่น้อย จนทำให้เจ้า Yaris Ativ ได้รับความสนใจอย่างสูง กับราคาเริ่มต้นที่ 469,000-619,000 บาท

ครั้งนี้ iamcar ได้เข้าร่วมทดลองขับที่ทางโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จัดขึ้น บนเส้นทางกทม.-จันทบุรี โดยเริ่มแรกจัดสถานีให้ได้ขับกันในสนามทดสอบของโตโยต้า (TDEXP) ถ.บางนา กม.3 จากนั้นจึงได้ขับกันบนถนนในสภาวะการใช้งานจริง รวมถึงยังมีการจัดให้มีการขับขี่แบบ eco run หรือขับประหยัดน้ำมันซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหัวข้อสำคัญของอีโคคาร์

ทดสอบในสนาม TDEXP

การทดสอบในสนามนี้มีทั้งเรื่องของอัตราเร่ง การตอบสนองการควบคุม การซับแรงสั่นสะเทือน ระบบVSC, TRC,  ABS, HAC

• อัตราเร่งถือว่าอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลกับขนาดของเครื่องยนต์ ซึ่งการตอบสนองตั้งแต่เริ่มกดคันเร่งนั้นถ้าเทียบกับยาริส 5 ประตูรุ่นเดิม(เพราะเครื่องยนต์เดียวกัน) รู้สึกเลยว่ามีความแตกต่าง ให้การตอบสนองที่ไวขึ้นเล็กน้อย อาจเป็นไปได้จากการปรับจูนเกียร์ Super CVT-I ใหม่ก็เป็นได้ โดยมีตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ที่โตโยต้าเคลมไว้ที่ 15.27 วินาที

 เมื่อเข้าสู่สถานีที่เป็นพื้นผิวลื่นมากๆ เมื่อกดเบรก ระบบ ABS ทำงานและยังสมารถควบคุมรถได้

 จากนั้นกดคันเร่งออกตัวบนพื้นลื่น ระบบ VSC และ TRC จะทำงานโดยตัดกำลังเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้ล้อหมุนฟรี ซึ่งก็สามารถขับและออกตัวบนพื้นผิวแบบนี้ได้สบายๆ เมื่อรถมีระบบพวกนี้

 เมื่อเข้าสู่ทางตรงพร้อมใช้ความเร็วมาประมาณ 70 กม./ชม.จากนั้นหักหลบกะทันหันโดยไม่ใช้เบรก เจ้าYaris Ativ ทำได้ดีอย่างไม่คาดคิด เพราะตอนหักพวงมาลัยหลบไพล่อนนั้น ความเร็วประมาณนี้ถือว่าคมพอตัวทีเดียว สั่งพวงมาลัยหมุนเท่าไหนก็ไปตามสั่ง ไม่ต้องหมุนเติมพวงมาลัยเพิ่ม และไม่ต้องลดความเร็ว

 พอเข้าสู่ถนนช่วงขรุขระ รอยต่อ ฝาท่อ ในสนามทดสอบ ก็ยิ่งพบอาการเข็มขัดสั้น (คาดไม่ถึง) เพราะอาการตึงตังๆ ที่ถือเป็นบุคลิกโตโยต้านั้น “หายไปไหน” การวิ่งผ่านถนนตะปุ่มตะป่ำ ช่วงล่างของ Ativ เก็บเอาไว้ได้หมด แทบจะไม่เหลืออาการถ่ายมาสู่พวงมาลัยเลย รถวิ่งไปแบบนิ่งๆ ไม่นุ่มจนย้วย และอาการตึงตังๆ หายเป็นปลิดทิ้ง

 เรื่องช่วงล่างทำได้น่าประทับใจน่าจะเป็นผลมาจากการเซ็ตตั้งแต่โครงสร้างตัวถัง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจุดสปอตบริเวณเสา B ให้แข็งแกร่งขึ้นอีก 30% การเพิ่มจุดยึดเติมความแข็งแกร่งในด้านหลัง รวมถึงการปรับเปลี่ยนค่า K ของสปริงทั้ง 4 ล้อ และปรับจูนช็อคอัพเฉพาะด้านหน้า โดยปรับแต่งวาล์วเพื่อควบคุมการไหลของน้ำมันให้เหมาะสมทั้งในจังหวะบั๊มและรีบาวด์

Eco Run มันส์ได้แบบไม่ต้องคลาน

ช่วงทดสอบบนถนนมีการทดสอบแบบประหยัดเข้ามาด้วย โดยกติกาจะตั้งอุณหภูมิไว้ 25 องศาเซลเซียส ห้ามปรับ ระยะทางประมาณ 92 กม.มีเวลาให้ 90 นาที ตัดสินโดยใช้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยนบนมาตรวัดทริป A

จากการคำนวณคร่าวๆ ถ้าวิ่งโดยไม่ติดรถ หรือติดสัญญาณไฟแดง ใน 1 กม.จะต้องใช้เวลา 1 นาที ถือว่าเป็นการใช้ความเร็วที่ไม่ช้าจนเกินไปที่จะทำตัวเลข

แน่นอนว่าตัวเลขของอีโคคาร์ยังไงต้องมีไม่ต่ำกว่า 20 กม./ลิตร และรถทุกคันในการทดสอบของกลุ่มนี้ วิ่งกันได้ 20 กว่าทั้งนั้น โดยมีตัวเลขสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ดีที่สุดอยู่ที่ 26 กม./ลิตร

ห้องโดยสารออปชั่นเต็ม

รุ่นที่ขับอยู่นี้เป็นรุ่น S หรือรุ่นท้อปนั่นเอง การตกแต่งและออปชั่นจึงมาเต็ม (รุ่นเริ่มต้นจริงๆแล้วก็ไม่น้อยหน้านัก)

 มาตรวัดหน้าจอเรืองแสง Optitron พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลขนาด 4.2 นิ้ว ที่ใส่ฟังก์ชั่นข้อมูลมาครบครันทั้งอัตราสิ้นเปลือง ระยะทาง เวลาเดินทาง ความเร็วเฉลี่ย ระยะที่ขับได้จากน้ำมันที่เหลือในถัง ฯลฯ

 ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติหน้าจอ LCD แสดงผลแบบดิจิตอล ที่ดูดีในระดับอีโคคาร์ รวมถึงระบบเครื่องเสียงที่มาแบบหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มีบลูทูธ USB SD-Card HDMI DVD CD MP3 เชื่อมต่อโทรศัพท์ได้ ควบคุมได้ที่ก้านพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น

 ขาดแต่ช่องเสียบ USB ที่ไว้ชาร์จโทรศัพท์ ซึ่งมีเพียงช่องเดียว และเป็นช่องเดียวที่อยู่บนเครื่องเล่นวิทยุ หมายถึงว่าถ้าใช้แฟลชไดร์ฟเล่นเพลง ก็จะไม่สามารถชาร์จโทรศัพท์ได้

 ที่นั่งกว้างขวางทั้งตอนหน้า-หลัง เบาะนั่งด้านหน้าออกแบบได้กระชับดี ดูสปอร์ต ปีกเบาะทั้งพนักพิงและตัวรองรับค่อนข้างสูงให้ความกระชับ จะมีตรงช่วงรับต้นขาที่เหมือนจะสั้นไปนิด (นิดเดียว) แต่โดยรวมถือว่านั่งสบายมาก

บนถนนจริงทั้งนิ่งทั้งเงียบ

 เครื่องยนต์รหัส 3NR-FR ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ที่ผ่านการปรับจูนมา ให้กำลังสูงสุด 86 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ตอบสนองดีกว่า Yaris แฮทช์แบ็กตัวเดิม เมื่อเทียบจากการกดคันเร่ง

toyota_yaris_ativ_test_04

 ความเร็วในช่วงไม่เกิน 130 กม./ชม.พวงมาลัยนิ่ง และควบคุมง่าย บางคนอาจจะว่าหนัก แต่สำหรับผม ถือว่าน้ำหนักกำลังตึงมือ เพราะด้วยบุคลิกของโตโยต้าเมื่อจอดนิ่งก็ไม่ได้เบาหวิวอยู่แล้ว แต่การปรับจูนพวงมาลัยไฟฟ้าครั้งนี้ ผมถูกใจไม่น้อยกับน้ำหนักพวงมาลัยตั้งแต่ความเร็วต่ำไปจนความเร็วสูง

 ในความเร็วต่ำๆ (เอาเป็นว่าไม่เกิน 100 กม./ชม.) ถนนแถบๆเส้น อ.บ้านบึง นี่ ช่วงล่าง Ativ เก็บหมดจด  ไม่สะท้านกลับมาสู่ห้องโดยสาร และพวงมาลัย

 ในช่วงความเร็วสูง ช่วงล่างก็ยังทำงานได้ดีเช่นเดิม ตัวรถยังคงนิ่ง การตกหลุม หรือรอยต่อถนน นี่โดนช่วงล่าง Ativ เก็บหายเรียบ

• พอรถลอยตัวด้วยความเร็วแล้ว ก็ยังไม่รับรู้ถึงขีดจำกัด น่าจะเป็นผลจากช่วงล่างที่ดีแล้ว การเก็บเสียงนี่ต้องยกนิ้วให้เลยในรถระดับนี้ เพราะพอรถมันเงียบ และนิ่ง ผมก็เติมคันเร่งได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกว่าต้องใช้สมาธิมากในการควบคุมรถ

การที่ Ativ คันนี้สร้างความเงียบในระดับรถคันโตๆ ได้ เนื่องมาจาก กระจกบังลมหน้าเป็นแบบกันเสียงรบกวน รวมถึงการบุฉนวนกันเสียงรอบคัน ทั้งห้องเครื่อง คอนโชลหน้า อุโมงค์กลางข้างฐานเกียร์ พื้นรถ หลังคา ฝากระโปรงท้าย

 ช่วงความเร็วเกิน 140 กม./ชม.ขึ้นไป ตัวรถยังนิ่งและเงียบอยู่ แต่อาจจะต้องใช้สมาธิบนพวงมาลัยอยู่บ้าง

สรุปเลยแล้วกัน

Toyota Yaris Ativ เป็นครั้งแรกในรูปแบบอีโคคาร์ซีดานของโตโยต้า ที่ทำออกมาได้ประทับใจจริงๆ เมื่อเทียบกับราคา ซึ่งหน้าออปชั่นภายนอกที่โคมไฟหน้า ไฟท้าย เป็นแบบ light guiding หรือเป็นเส้นๆ แบบนีออน ซึ่งส่วนใหญ่พบเจอในรถรุ่นใหญ่ แต่ Ativ จัดให้

รวมถึงการยกระดับสมรรถนะของช่วงล่างแบบนุ่มหนึบ เผลอโดดคอสะพานก็ไม่ต้องกลัวบิน ทั้งยังเรื่องความเงียบของห้องโดยสารที่เงียบเสียจนเผลอกดคันเร่งเพิ่มตลอด กับราคา 619,000 บาทในรุ่นท้อป (S) คุ้มหรือไม่บอกเลยคุ้มมากช่วงนี้ เพราะเค้าจะปรับราคาขึ้น 1 พ.ย.นี้แล้ว 

 


 

แนะนำบทความที่เกี่ยวกับ Toyota Yaris


ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |


คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)