ไป ทำใบขับขี่ ไปให้สนุก แบบไม่ต้องตื่นเต้น

การ ทำใบขับขี่ หรือ การขอใบอนุญาตขับขี่ หลายคนอาจจะกลัวการ สอบไม่ผ่าน ซึ่งขั้นตอนแบบหลักๆก็จะมี การทดสอบสมรรถภาพของคุณว่าคุณอ่ะเป็นคนแบบปกติหรือเปล่า จากนั้น ก็ไปเข้าห้องอบรม ห้องนี้แหละข้อสอบข้อเขียนอยู่ในนี้ทั้งนั้น และจบที่การสอบปฏิบัติ ไม่ต้องตื่นเต้น ซึ่งหากตั้งใจนิดเดียว ย้ำนะ ว่านิดเดียว ยังไงก็ได้ใบขับขี่มานอนกอด และรอพี่ๆเค้าเรียกดูตามท้องถนนได้เลย

โดยการขอใบอนุญาตใบปัจจุบัน จะใช้เวลาอย่างน้อย 2 วันทำการ แบ่งเป็น ภาค 1 วัน และปฏิบัติอีก 1 วัน แต่มันจะนานตรงจองคิวเข้าอบรมล่วงหน้าที่ขนส่งก่อนนี่แหละอาจจะเป็นเดือนกว่าจะได้ไปทำ ไม่รู้จะยอดฮิตอะไรนักหนา

มาเข้าเรื่องราวแบบเป็นจริงเป็นจังกันบ้าง โดยเริ่มจาก การขอใบอนุญาตรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวแบ่งเป็น

1.หลักฐานประกอบคำขอ
-บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)
-ใบรับรองแพทย์ไม่เกิน 1 เดือน (ใบรับรองแพทย์จากคลินิกสามารถนำมายื่นได้) ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561 เป็นต้นไป ใบรับรองแพทย์จะต้องเป็นไปตามรูปแบบมาตรฐานที่แพทย์สภารับรอง
2.การอบรม กรณีขอใบอนุญาตครั้งแรก ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้ เป็นเวลา 5 ชั่วโมง (บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป)
3.การขอใบอนุญาตขับรถ สามารถยื่นเรื่องและได้รับใบอนุญาต ประมาณ 2 วันทำการ สามารถยื่นหลักฐาน ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย อบรม 5 ชั่วโมง สอบข้อเขียน ชำระค่าธรรมเนียม และรับใบอนุญาตกรณีสอบผ่าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการติดต่อขอใช้บริการของประชาชน สามารถสอบถามระยะเวลาที่ชัดเจนกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง ซึ่งการดำเนินการขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่
4.อัตราค่าธรรมเนียม
-ค่าคำขอ 5 บาท
-ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราว 100 บาท ต่อ 2 ปี (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป)

หมายเหตุ
ยกเว้นค่าธรรมเนียมการถ่ายรูปแบบสมาร์ทการ์ด 100 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป
หากมีการแก้ไขรายการในใบอนุญาตขับรถ เสียค่าธรรมเนียม เพิ่ม 50 บาท
5.ท่าที่ใช้ในการการทดสอบขับรถจักรยานยนต์ท่าที่
1 การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรท่าที่
2 การขับรถทรงตัวบนทางแคบท่าที่
3 การขับรถผ่านทางโค้งรัศมีแคบรูปตัวแซดท่าที่
4 การขับรถผ่านทางโค้งซ้ายและโค้งขวารูปตัวเอสท่าที่
5 การขับรถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง
*การทดสอบขับรถจักรยานยนต์ ให้ทดสอบขับรถ จำนวน 3 ท่า คือ ท่าที่ 1 เป็นท่าบังคับ และเลือกทดสอบอีก 2 ท่าตามความเหมาะสมของสนามทดสอบ

ต่อด้วย การขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 2 ปี
1.หลักฐานประกอบคำขอ
-บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)
-ใบรับรองแพทย์ไม่เกิน 1 เดือน (ใบรับรองแพทย์จากคลินิกสามารถนำมายื่นได้) ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561 เป็นต้นไป ใบรับรองแพทย์จะต้องเป็นไปตามรูปแบบมาตรฐานที่แพทย์สภารับรอง
2.การอบรม กรณีขอใบอนุญาตครั้งแรก ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้ เป็นเวลา 5 ชั่วโมง (บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป)
3.การขอใบอนุญาตขับรถ สามารถยื่นเรื่องและได้รับใบอนุญาต ประมาณ 2 วันทำการ สามารถยื่นหลักฐาน ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย อบรม 5 ชั่วโมง สอบข้อเขียน ชำระค่าธรรมเนียม และรับใบอนุญาตกรณีสอบผ่าน
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการติดต่อขอใช้บริการของประชาชน สามารถสอบถามระยะเวลาที่ชัดเจนกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง ซึ่งการดำเนินการขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่
4.อัตราค่าธรรมเนียม
-ค่าคำขอ ฉบับละ 5 บาท
-ค่าใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราว ฉบับละ 200 บาท ต่อ 2 ปี (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป)

หมายเหตุ
ยกเว้นค่าธรรมเนียมการถ่ายรูปแบบสมาร์ทการ์ด 100 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป
หากมีการแก้ไขรายการในใบอนุญาตขับรถ เสียค่าธรรมเนียม เพิ่ม 50 บาท
5.ท่าที่ใช้ในการทดสอบขับรถยนต์
ท่าที่ 1 การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า
ท่าที่ 2 การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง ให้เลือกทดสอบแบบใดแบบหนึ่ง
ท่าที่ 3 การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย
ท่าที่ 4 การหยุดรถและออกรถบนถนนลาด (สำหรับรถเกียร์ธรรมดา)
ท่าที่ 5 การกลับรถ
ท่าที่ 6 การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก
ท่าที่ 7 การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร
*การทดสอบขับรถยนต์ ให้ทดสอบขับรถ จำนวน 3 ท่า คือ ท่าที่ 1 และท่าที่ 2 เป็นท่าบังคับ และเลือกทดสอบอีก 1 ท่าตามความเหมาะสมของสนามทดสอบ ยกเว้นรถเกียร์อัตโนมัติไม่ใช้ท่าที่ 4

การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

การทดสอบปฏิกิริยา ให้ทดสอบความสามารถในการใช้เบรกเท้ารวม 3 ครั้ง หากสามารถเหยียบเบรกได้ในระยะเวลาน้อยกว่า หรือเท่ากับ 0.75 วินาที 2 ใน 3 ครั้ง ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

การทดสอบสายตา

– ทดสอบสายตาทางกว้าง ถ้าสามารถมองเห็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เป็นมุมกว้างข้างละ 75 องศา 2 ใน 3 ครั้ง ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ
– ทดสอบสายตาทางลึก ให้ทดสอบการมองเห็นในระยะ 2.50 – 3.50 เมตร รวม 3 ครั้ง หากผลการทดสอบห่างจากจุดที่กำหนดไม่เกินกว่า 1 นิ้ว 2 ใน 3 ครั้ง ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ
– ทดสอบสายตาบอดสี ให้ดูสีเขียว สีแดง และสีเหลืองจากเครื่องทดสอบหรือแผ่นภาพทดสอบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดหรือเห็นชอบ โดยอยู่ห่างจากแผ่นภาพทดสอบในระดับสายตาระยะไม่น้อยกว่า 3 เมตร แล้วอ่านสีตามที่เจ้าหน้าที่กำหนดสีละ 3 ครั้ง หากอ่านได้ถูกต้อง 2 ใน 3 ครั้ง ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

การทดสอบขับรถ

1.การทดสอบขับรถยนต์ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เว้นแต่เป็นรถยนต์ที่ไม่ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยตามที่กฎหมายกำหนด
2.การทดสอบขับรถจักรยานยนต์ ต้องสวมหมวกนิรภัย
การทดสอบข้อเขียน
ในการสอบภาคทฤษฎี เพิ่มจำนวนข้อสอบเป็น 50 ข้อ ผ่านเกณฑ์การสอบร้อยละ 100 (หรือต้องทำได้ 50 ข้อ) จากเดิมข้อสอบ 50 ข้อเกณฑ์ผ่านเพียงร้อยละ 90 (หรือต้องทำได้ 45 ข้อ) โดยข้อสอบแบบใหม่มีจำนวนทั้งสิ้น 1,000 ข้อ ใช้หมุนเวียนออกสอบในแต่ละรอบ

สำหรับการจองคิวอบรมในการขอรับใบขับขี่ตามพ.ร.บ.รถยนต์ ชนิดชั่วคราว (ขอใหม่)
1.ส่วนกลางสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5
สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร)
– เปิดรับคำขอรับใบขับขี่ได้ไม่เกิน 100 คน/วัน
– ผู้ที่ประสงค์จองคิวทางโทรศัพท์ ติดต่อหมายเลข 0-2271-8888 ต่อ 4201-4 หรือสอบถาม 1584
สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 (ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล)
– เปิดรับคำขอรับใบขับขี่ได้ไม่เกิน 100 คน/วัน
– ผู้ที่ประสงค์จองคิวทางโทรศัพท์ ติดต่อหมายเลข 0-2415-7337 ต่อ 204-205
สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 (ถนนสวนผัก ตลิ่งชัน)
– เปิดรับคำขอรับใบขับขี่ได้ไม่เกิน 80 คน/วัน
– ผู้ที่ประสงค์จองคิวทางโทรศัพท์ ติดต่อหมายเลข 0-2433-4773
สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 (ถนนสุขุมวิท ตรงข้ามซอยสุขุมวิท 62/1)
– เปิดรับคำขอรับใบขับขี่ได้ไม่เกิน 100 คน/วัน
– ผู้ที่ประสงค์จองคิวทางโทรศัพท์ ติดต่อหมายเลข 0-2333-0035
สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 4 (ถนนสุวินทวงศ์ หนองจอก)
– เปิดรับคำขอรับใบขับขี่ได้ไม่เกิน 100 คน/วัน
– ผู้ที่ประสงค์จองคิวทางโทรศัพท์ ติดต่อหมายเลข 0-2543-5512

2.ส่วนภูมิภาคสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด
ส่วนภูมิภาคสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัดจะเปิดรับคำขอตามความเหมาะสม ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนั้นๆ ผู้ที่ประสงค์ขอรับใบขับขี่ควรติดต่อจองคิวล่วงหน้า โดยสามารถมาจองด้วยตนเองพร้อมเอกสาร ได้แก่ บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 1 เดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการทดสอบสมรรถภาพร่างกายในวันเดียวกัน และจะออกใบนัดเพื่อให้เข้ารับการอบรมตามวัน เวลา ที่ระบุ ตามลำดับ โดยต้องมาลงทะเบียนก่อนเวลา 09.00 น. เพื่อเข้ารับการอบรม ทดสอบข้อเขียน ซึ่งผู้ที่สอบผ่านแล้วจะเข้ารับการอบรม ทดสอบข้อเขียน ซึ่งผู้ที่สอบผ่านแล้ว จะเข้ารับการทดสอบขับรถในวันทำการถัดไป หากผ่านการทดสอบจะได้รับใบขับขี่ทันที (ต้องดำเนินการภายใน 90 วัน)

ผู้ที่ประสงค์ขอรับใบขับขี่ควรติดต่อจองคิวล่วงหน้า โดยสามารถมาจองด้วยตนเองพร้อมเอกสาร ดังนี้
1.บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง พร้อมสำเนา
2.ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน (30 วัน)

สำหรับผู้ที่จองคิวทางโทรศัพท์ ต้องมาลงทะเบียนในวันที่นัดอบรมก่อนเวลา 08.00 น. เพื่อทำการทดสอบสมรรถภาพร่างกายก่อนเข้ารับการอบรม จากนั้น จึงดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อ่านไปอ่านมาก็อย่าเพิ่งมึนกับตัวหนังสือ เอาเป็นว่า ทำตัวตัวสบายๆ ไม่ผ่านก็สอบใหม่แค่นั้นเอง ชิวๆ ยกตัวอย่างจากผมเอง ที่เป็นทั้งนักแข่งรถ ผู้ฝึกสอนการขับขี่แบบสปอร์ต ยังสอบข้อเขียนไม่ผ่านเลย ก็มันไม่เคยเจอในชีวิตประจำวันนี่หว่า เอาอะไรมาออกข้อสอบเนี้ยยยยย!!!!

giay nam depgiay luoi namgiay nam cong sogiay cao got nugiay the thao nu