NISSAN Leaf 2018 “จ่อคิว” เข้าไทย จากแผนการตลาดใหม่ของ NISSAN ที่ต้องรอดูกันว่าจะ “ไปรอด” หรือไม่…?

เร็วๆ นี้ ข่าวดังล่าสุดแห่งวงการยานยนต์ ก็คือ การเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุด NISSAN Leaf 2018 ณ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมี “นาย อันตวน บาร์เตส ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงาน

ซึ่งสรุปสั้นๆ ว่าเป็นการวางเป้าหมายเพื่อ “ให้ NISSAN มีบทบาทหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย” และหนึ่งในกลยุทธ์ดังกล่าวก็คือ “การเพิ่มความหลากหลายของรถยนต์ในประเทศไทย” ด้วยความ “เชื่อ” ว่ารถยนต์ไฟฟ้าสุดยอดเทคโนโลยีแห่งยุคจะเป็น “อีกหนึ่งยานยนต์ที่เพิ่มสีสันให้กับรถยนต์รุ่นต่างๆ ของ Nissan ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย”

 

นี่คือ NISSAN Leaf 2018 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น…ของไทย “รอลุ้น” ต่อไป

NISSAN Leaf 2018 มาพร้อมกับฐานะ World’s Most Advanced Mass-Market ของรถไฟฟ้า EV หรือ Electric vehicle และสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ NISSAN ในเรื่องของยานยนต์ขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Mobility)

NISSAN Leaf

Exterior Design

ภายนอกนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถต้นแบบรุ่น IDS Concept ที่นำมาโชว์ตัวเป็นครั้งแรกในงาน Tokyo Motor Show ปี 2015 ซึ่งเมื่อเป็น NISSAN Leaf ก็ได้มีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มความโดดเด่น เช่น ด้านหน้าที่มากับชุดกระจัง V-motion เอกลักษณ์ของแบรนด์ NISSAN คล้ายกับโมเดล NISSAN X-Trail และ NISSAN Qashqai ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในยุโรป แต่มีการปรับเปลี่ยนโทนสีเป็นสีฟ้า เพื่อสื่อถึงความเป็นยนตรกรรม EV จากแบรนด์ NISSAN ตามด้วยการเลือกใช้ชุดไฟหน้าแบบ LED ภายในโคมรูปทรงบูมเมอแรง ทั้งยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำเพียง 0.28

 

Interior Design

ภายในมีการปรับงานดีไซน์ใหม่ พร้อมด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงทั้งหมด ตกแต่งรายละเอียดด้วยโทนสีฟ้า ตามด้วยการติดตั้งฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น หน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ Infotainment System เช่น ระบบนำทาง Navigation System รวมถึงการเชื่อมต่อจากฟังค์ชั่น Apple CarPlay และ Android Auto (สำหรับบางประเทศ)

NISSAN Leaf

Nissan Intelligent หัวใจหลักแห่งการขับเคลื่อน

Leaf 2018 มากับระบบขับเคลื่อนที่เรียกว่า NISSAN Intelligent Power ซึ่งมันคือระบบ e-powertrain ที่มากด้วยสมรรถนะทั้งในเรื่องของอัตราสิ้นเปลือง, พละกำลัง และการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ด้วยพละกำลัง 110 กิโลวัตต์ ซึ่งมากกว่าเวอร์ชั่นที่แล้วถึง 38% และแรงบิดถึง 320 นิวตันเมตร หรือมากขึ้นถึง 26% ที่สร้างอัตราเร่งอันยอดเยี่ยม และสามารถขับเคลื่อนได้ไกลถึง 400 กม. ตามมาตรฐานการขับขี่ของญี่ปุ่น (Japan Standards) ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง อีกทั้ง NISSAN ยังมีแผนจะนำเสนอเวอร์ชั่นที่ “เร้าใจ” กว่านี้ในปลายปี 2018 ซึ่งจะมากับระยะทางในการขับขี่ที่มากขึ้น ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง พร้อมกับโหมดการขับขี่ที่สามารถเลือกได้

 

นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ ProPILOT มาให้ โดยจะเป็นตัวช่วยสำหรับการขับขี่บนช่องจราจร ตามด้วยระบบ ProPILOT Park ที่จะช่วยควบคุมพวงมาลัย, การเร่ง, การเบรก และตำแหน่งของเกียร์แบบอัตโนมัติ สำหรับการจอดรถ แล้วก็ยังมีระบบ e-Pedal ที่จะช่วยในการเร่งเครื่อง, เบาเครื่อง หรือหยุดรถได้ ด้วยคันเร่ง ซึ่งจะมีระบบ Regenerative และระบบเบรก Friction Brakes ทำหน้าที่แทนคนขับ ซึ่งทันทีที่ยกคันเร่ง ทั้ง 2 ระบบ จะช่วยลดความเร็ว และหยุดรถโดยอัตโนมัติ แม้บนทางลาดชัน โดยจะไม่เคลื่อนไหวจนกว่าคนขับจะกดคันเร่งอีกครั้ง

 

ราคารถใหม่ NISSAN Leaf 2018

(ราคาเงิน Yen ญี่ปุ่น ณ ค่าเงินบาทปัจจุบัน)
เริ่มต้นที่ 3,150,360 เยน หรือ   966,403 บาท

giay nam depgiay luoi namgiay nam cong sogiay cao got nugiay the thao nu