รีวิว : Toyota GR Driving Experience … จิตวิญญาณจากสนามแข่ง สู่ท้องถนน (มี Clip)

Toyota GR Driving Experience คือ ชื่องานสุดเฟี้ยว ซึ่งจัดขึ้นเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ด้วยเพราะจุดประสงค์หลักของงาน เป็นการนำเสนอขีดสุดแห่งศักยภาพ ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณจากสนามแข่ง มาสู่ท้องถนน ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากทีมแข่งระดับโลกอย่าง Toyota Gazoo Racing … ฉะนั้นการได้ลองขับเหล่าตัวท็อปในสนาม คือ หนึ่งในโปรแกรมที่เรียกได้ว่าเร้าใจสุดๆ และเราจะไม่ยอมพลาดแน่นอน

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

จุดรวมพล เริ่มต้นการเดินทางในทริปนี้ยังคงเป็น TDEX หรือ Toyota Driving Experience Park ย่านบางนา-ตราด เพื่อจัดสรรพาหนะในการเดินทางซึ่ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้จัดเตรียมยนตรกรรมในไลน์อัพของ GR Sport ทุกรุ่นไว้ให้ ไล่มาตั้งแต่ Toyota Hilux Revo GR Sport (Lo- Floor) ขับเคลื่อน 2 ล้อ, Toyota Hilux Revo GR Sport (Hi-Floor) ขับเคลื่อน 4 ล้อ, Toyota Fortuner GR Sport เครื่อง 2.8 ขับเคลื่อน 4 ล้อ, Toyota Corolla Altis GR Sport ทั้งรุ่น HEV และรุ่น 1.8 ตลอดจน Toyota Corolla Cross HEV GR Sport จนมาถึงน้องใหม่ล่าสุดอย่าง Toyota CH-R HEV GR Sport  

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

โดยในไลน์อัพของ GR Sport ทั้งหมด ทุกรุ่นที่ผลิตส่งออกมาจำหน่าย ถ้าไม่นับเรื่องการแต่งตัวที่ให้อารมณ์สปอร์ต หลักๆ ด้านสมรรถนะจะได้รับการปรับแต่ง แค่เฉพาะในส่วนของช่วงล่างอย่าง โช๊คอัพ และคอยล์สปริง เท่านั้น โดยเฉลี่ยแล้วจะเป็นการอัพเกรดให้มีความเฟิร์มขึ้นอีกราวๆ 10% ในแต่ละรุ่น เพื่อสร้างอรรถรสการขับขี่ที่สปอร์ต และการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งแน่ล่ะว่าต้องแลกกับความนุ่มนวลที่หดหายไปบ้าง

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

สำหรับวันแรกของกิจกรรมเรียกได้ว่าเป็นแค่ “การเดินทาง” เพื่อไปให้ถึงจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งระยะทางกว่า 400 กม. เรามี Toyota Corolla Cross HEV GR Sport ทำหน้าที่คอยดูแล ด้วยสมรรถนะจากเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร DOHC แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว เรี่ยวแรง 98 แรงม้า พร้อมแรงบิด 142 นิวตันเมตร เสริมทัพด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าพละกำลัง 88 กิโลวัตต์ มากับแรงบิดสูงสุด 202 นิวตันเมตร รวมแล้วมีกำลังสูงสุดไม่มากไม่น้อยอยู่ที่ราวๆ 122 แรงม้า

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

ส่งกำลังแบบสบายๆ ด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ตลอดจนการควบคุมผ่านพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ที่ปรับเซ็ทขึ้นใหม่ให้กับรุ่น GR Sport เช่นเดียวกับระบบช่วงล่างดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น จากการอัพเกรด “โช๊คอัพ และคอยล์สปริง” เสริมด้วย “เหล็กค้ำตัวถังด้านล่าง” ให้กับพื้นฐาน แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ในด้านหน้า ขณะที่ด้านหลังมากับ ทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง ก่อนที่ท้ายสุดจะเป็นล้ออัลลอยด์จาก GR ที่มากับขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/50 R18

ส่วนผลสรุปของการขับ Toyota Corolla Cross HEV GR Sport บนถนนจริง ก็ถือว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์การผลิต คือ อารมณ์ความสปอร์ตที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการปรับเซ็ทระบบช่วงล่าง โดยเฉพาะบนถนนลาดยางที่พื้นผิวเรียบเนียน ซึ่งให้สัมผัสแนบแน่นในการยึดเกาะ ตลอดจนความเฉียบคมของพวงมาลัยที่สั่งการได้อย่างเชื่องมือ ขณะที่บนถนนคอนกรีตก็สามารถสัมผัสได้ถึงความตึงตังมากขึ้นกว่ารุ่นมาตรฐาน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ต้องแลกมา เมื่ออยู่ในฐานะของ GR Sport

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

ติดอยู่นิดก็คือเรื่องของ “พละกำลัง” ที่ยังคงเป็นไปในรูปแบบของยนตรกรรม Hybrid และระบบส่งกำลังแบบ E-CVT ที่หลายคนอาจจะรู้สึกเหมือนความสปอร์ตจะยังไม่ “เต็มไม้ เต็มมือ” เท่าไหร่ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องผิดครับ ด้วยเพราะเหตุผลของแบรนด์ผู้ผลิตที่ต้องการพยายามบาลานซ์ในเรื่องของอารมณ์การขับขี่ที่สปอร์ต และเรื่องของการประหยัดน้ำมันไปพร้อมกัน

ฉะนั้นผลลัพธ์ก็คือ Toyota Corolla Cross HEV GR Sport จะมีความกระฉับกระเฉงในการควบคุม และมีเสถียรภาพในความเร็วสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน พร้อมด้วยความสามารถในการประหยัดน้ำมันเช่นเดิม ด้วยตัวเลขที่เคลมจากโรงงานเอาไว้ราว 23.3 กม./ลิตร โดยที่ในการขับขี่จริงแบบตามใจฉัน ทั้งยังสลับกับเพื่อนร่วมรถที่สไตล์การขับต่างกัน แต่ตัวเลขเฉลี่ยบนมาตรวัด ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้เลยทีเดียว

Day 2 … Toyota GR Driving Experience

วันแรกผ่านไป เข้าสู่ Day 2 ด้วยเซอร์ไพรส์ใหญ่จากธรรมชาติ ที่เสกทั้งลม ทั้งฝน และอุณหภูมิระดับ 18 องศามาให้สัมผัส ราวกับเดินอยู่ในสนามฟูจิ สปีดเวย์ ที่ญี่ปุ่น โดยไร้เสื้อกันหนาว แถมบนพื้นแทรคยังถูกเคลือบด้วยฟิล์มน้ำฝนเต็มพื้นที่แบบไม่มีส่วนแห้งให้เห็น ฉะนั้นนอกจากเหนือจากสมรรถนะการขับแล้ว งานนี้ยังได้ทดสอบระบบควบคุมเสถียรภาพไปพร้อมๆ กันอีกด้วยแน่นอน

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

แต่ก่อนจะลงสนาม อีกจุดที่น่าสนใจ คือ Static Event ในบริเวณ Pit สำหรับโชว์ความสำคัญของกล้อง 360 องศา เพราะโดยรอบของรถที่จอดอยู่ คือ กรวยจราจรมากเกิน 20 ตัวเรียงรายรอบตัวรถ ซึ่งไกลสุด คือ ระยะความห่างจากด้านหน้า 3 เมตร และจากด้านหลัง 7 เมตร ซึ่งพร้อมจะหายวับไปทันที เมื่อขึ้นไปประจำตำแหน่งคนขับ และนั่นแหละ คือ “จุดบอด” ทั้งหมด ที่มองไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย หากไร้กล้อง 360 องศาเป็นผู้ช่วยสำคัญ เพื่อเสริมด้านความปลอดภัย

 

จากนั้นสิ่งที่รอคอยก็เริ่มขึ้นในช่วงบ่ายกับโปรแกรม GR Driving Experience บนสนามความยาว 4.554 กม. ที่นอกจาก 12 โค้งสนาม ก็มีการตั้ง Station Test ต่างๆ เอาไว้ให้ได้ลองสมรรถนะกันอีกด้วย ซึ่งโดยหลักๆ จะเป็นสถานีที่แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถ ทั้งในเรื่องของการควบคุม, การยึดเกาะถนน และการทรงตัวของรถ ที่ต้องยอมรับเลยว่าแอบหวั่นใจ ด้วยสภาพอากาศที่หากเป็นการแข่งขันรถยนต์ นายสนามคงต้องประกาศ Wet Race แน่ๆ แต่หลังจากตรวจสอบสภาพสนาม เพื่อการันตีว่า “ซิ่ง” ได้แน่นอน ความมั่นใจก็กลับมาอีกครั้ง

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

โดยเราขอเลือกไฮไลต์อย่าง Toyota CH-R HEV GR Sport เป็นคันแรก เพราะเป็นของใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านมือ โดยแม้จะยังขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Hybrid ที่คุ้นเคย ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังอยู่ที่ 98 แรงม้า พร้อมแรงบิด 142 นิวตันเมตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์ พร้อมแรงบิด 163 นิวตันเมตร เกิดเป็นความเร้าใจที่ 122 แรงม้า ระบบกำลังยังคงเป็นเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

แต่ความน่าสนใจก็คือระบบช่วงล่างใหม่ ที่มีการพัฒนาชุด “โช๊คอัพ และคอยล์สปริง” สำหรับรุ่น GR Sport โดยเฉพาะ เพื่อเสริมทัพให้กับประสิทธิภาพการทำงานของช่วงล่างหลังแบบอิสระแบบปีกนกคู่ … ซึ่งใช่เลยครับ มันให้ความรู้สึกที่ต่างไปอย่างชัดเจน จนเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว เพราะการเซ็ทอัพช่วงล่าง ส่งผลให้การตอบสนองของพวงมาลัยเฉียบคมขึ้น จนรู้สึกได้ว่าควบคุมง่าย คล่องมือ ให้ความมั่นใจได้ดี

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

และดีมากกับขีดความสามารถของช่วงล่าง ที่มาพร้อมกับล้อ GR ขนาด 18 นิ้ว ที่ประกอบกันสร้างความ “เนียน” ทั้งในเรื่องของการยึดเกาะถนน และการทรงตัวที่น่าประทับใจไร้อาการย้วย หรือโคลง ให้เสียวไส้เมื่อต้องใช้ศักยภาพเต็มพิกัดในสนามก็ตาม ชนิดที่เรียกว่าใน High Speed Corner ช่วงโค้ง 4 ต่อเนื่องโค้ง 5 เราสามารถปล่อยให้ช่วงล่างทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวล แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่พื้นสนามเปียกฉ่ำก็ตาม

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

ขณะที่ใน Station Test ต่างๆ ทั้ง Slalom และ Lane Change ในความเร็วระดับ 70 – 80 กม./ชม. เจ้า Toyota CH-R HEV GR Sport ก็สามารถผ่านทุกจุดไปได้แบบ “นิ่งๆ เนียนๆ” จากการทรงตัวที่ดี และความคล่องตัวที่ยอดเยี่ยม ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ในแบบที่ตัวช่วยต่างๆ ยังไม่ต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เว้นแต่เราตั้งใจเลี้ยวเยอะๆ กับความเร็วล้นๆ ช่วงโค้ง 3 หรือแคบลงมาอีกนิดในช่วงโค้ง 12 เพื่อให้รถเสียการทรงตัว และเปิดโอกาสให้ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) โชว์ความสามารถในการจัดระเบียบรถให้อยู่ในกรอบในทรงอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ยังหวาดเสียวไม่สุด รถก็หยุดอย่างปลอดภัยซะแล้ว

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

ฉะนั้นมาถึงบรรทัดนี้ สรุปสั้นๆ เลยว่า Toyota CH-R HEV GR Sport เป็นผลงานที่ทำออกมา น่าจะดีที่สุดในไลน์อัพก็ว่าได้ เพราะหลายความเห็นตรงกัน หลังจากมีโอกาสได้คุยกับพี่ๆ สื่อหลายท่านที่ร่วมงาน และเพื่อเป็นการยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง เราเลยขอลองขับรถที่มี CG ต่ำที่สุดในงานอีกรอบ เพื่อเปรียบเทียบ ซึ่งคงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก Toyota Corolla Altis GR Sport โดยคำตอบก็เป็นไปตามที่คาดหมายว่า Toyota CH-R HEV GR Sport ชนะเลิศไปเลยหากเทียบกับบรรดาพี่ๆ น้องๆ ในไลน์อัพ GR Sport ทั้งหมด … แต่นี่คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการขับขี่ “ในสนาม” นะครับ ส่วน “บนถนน” ยังไม่มีโอกาสได้ลอง

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

ส่วน Day 3 ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากเดินทางกลับ ซึ่งรอบนี้เราได้พาหนะเป็น Toyota Hilux Revo GR Sport (Lo- Floor) ขับเคลื่อน 2 ล้อ ด้วยขุมพลังดีเซล เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.8 ลิตร เรี่ยวแรง 204 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift ที่เรียกใช้งานได้ไวตามใจสั่ง มาพร้อมช่วงล่าง GR Sport บนพื้นฐานอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ในด้านหน้า จับคู่กับแหนบซ้อน พร้อมช็อคแอบซอร์บเบอร์ ในด้านหลัง

Toyota GR Driving Experience-hilux-revo-gr-sport-fortuner-gr-sport-corolla-altis-gr-sport-corolla-cross-hev-gr-sport-ch-r-hev-gr-sport

ซึ่งทั้งหมดประกอบกันเป็นความ “ดุดัน” ตรงคอนเซ็ปต์แรงบันดาลใจจากรถแข่งทางเรียบ Super GT (Grand Touring) ที่สรุปสั้นๆ ว่า “โคตรมันส์” ถ้าอยู่บนถนนเรียบๆ หรือในสนาม แต่สำหรับการใช้งานปกติทั่วไป มีความ “แอบ” ดุไปหน่อยในเรื่องของช่วงล่าง ขณะที่ปลายทางความเร็วสูงสุด 172 กม./ชม. ส่วนตัวรู้สึกว่าน่าจะดีถ้ามีให้อีกนิด นอกเหนือจากนั้นเราถือว่า “โอเค” เลยทีเดียวในภาพรวม