Gang Test : Nissan Note เหนือชั้นเต็มพิกัด Eco Car

Nissan Note

ในที่สุดบ้านเราก็มี Eco Car โมเดลใหม่ป้อนเข้าสู่ตลาด ด้วยผลงานจากค่าย นิสสัน ที่ส่ง นิสสัน โน๊ต ลงมาต่อยอดเป็น Eco Car โมเดลที่ 3 นับจาก March และ Almera ซึ่ง Nissan Note นั้นมากับความเหนือชั้นเต็มพิกัด บนพื้นฐานของรถ Hatchback ที่มีขนาดใหญ่โตขึ้นใกล้เคียงรถระดับ B-Segment 

Nissan Note

Nissan Note

ด้วยมิติโดยรวมความยาว 4,105 มม. ความกว้าง 1,695 มม. ความสูง 1,535 มม. และความยาวฐานล้อถึง 2,600 มม. พร้อมความกว้างแทรคล้อที่ 1,480 มม. ในด้านหน้า และ 1,485 ในด้านหลัง พร้อมด้วยการออกแบบให้มีความสปอร์ตผสมผสานความหรูหรา เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion, ช่องกันชนด้านล่างตกแต่งด้วยแบบโครเมี่ยม ตามด้วยความล้ำสมัยจากชุดไฟหน้าแบบ LED Projector ปรับสูง – ต่ำ พร้อม LED Signature Light และไฟตัดหมอกคู่หน้า ในขณะที่ด้านหลังก็โดดเด่นไม่แพ้กันด้วยชุดไฟท้าย LED แบบ Signature รูปทรงบูมเมอแรง ที่มาพร้อมกับไฟเบรก LED และสปอยเลอร์หลังคา

ภายในห้องโดยสาร

ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นความสปอร์ตด้วยโทนสีดำ และอุปกรณ์ใหม่ๆ เช่น พวงมาลัยใหม่ทรงสปอร์ตแบบ D – Shape ปรับระดับสูง – ต่ำได้ พร้อมระบบมัลติฟังค์ชั่นสำหรับควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์ รวมถึงเบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตสีทูโทน ผสมผสานด้วยดีไซน์ที่หยิบยืมมาจาก March เช่น แดชบอร์ด, หัวเกียร์ แต่อัพเกรดฟังค์ชั่นการใช้งานให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยชุดเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ตลอดจนมาตรวัด MID – Multi Information Display ที่อ่านค่าได้อย่างชัดเจน

Nissan Note

ขุมพลัง

ยังคงเป็นเครื่องยนต์บล็อคเดียวกันกับ Eco Car รุ่นพี่ในค่ายกับรหัส HR12DE แบบ 3 สูบแถวเรียง DOHC 12 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน CVTC (Continuously Variable-valve Timing Control) และหัวฉีดอิเลคทรอนิค มัลติพอยท์ (ECCS) 32 บิท ให้กำลังสูงสุด 79 แรงม้า พร้อมแรงบิด 106 นิวตันเมตร และการติดตั้งระบบ Idling Stop แบบมีสวิทช์เปิด – ปิดระบบได้ ส่วนระบบส่งกำลังนั้นยังคงเป็นเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT ที่มีการปรับเซ็ทใหม่ พร้อมติดตั้งระบบ D – Step Logic ในขณะที่ระบบล่างนั้นยังเป็นพื้นฐานของอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงในด้านหน้า และแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลงในด้านหลัง ซึ่งทางทีมวิศวกรแจ้งว่าการปรับเซ็ทนั้นใกล้เคียงกับที่ติดตั้งให้กับ Almera

Nissan Note

ทริปทดสอบ

สำหรับการทริปทดสอบในครั้งนี้เป็น One Day Trip โดยใช้เส้นทาง กรุงเทพ – อัมพวา – กรุงเทพ รวมระยะทางไป – กลับกว่า 200 กม. ที่มีทั้งเส้นทางที่ต้องผ่านการจราจรในเมือง, ทางหลวง, แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบนทางหลวงชนบท ซึ่งเรียกครบอรรถรสการขับขี่เลยทีเดียว และสัมผัสแรกหลังจากได้เป็นผู้ขับต้องบอกเลยว่าน่าประทับใจทีเดียวกับการขับขี่ โดยเฉพาะบนทางหลวงชนบทที่มีโค้งมากมายทั้งแคบและกว้าง ซึ่ง Nissan Note ก็สามารถตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบอรรถรสสไตล์สปอร์ตได้ไม่น้อยทีเดียว ตั้งแต่ขนาดของพวงมาลัยที่จับกระชับมือ รวมถึงการแปรผันน้ำหนักที่ช่วยให้รู้สึกถึงการควบคุมอย่างมั่นใจ ประกอบกับชุดช่วงล่างที่แน่นหนึบด้วยอารมณ์สปอร์ตเล็กๆ ซึ่งสร้างการยึดเกาะถนนในระดับที่ไว้ใจได้ดี รับกับการตอบสนองที่เฉียบคมของพวงมาลัย ก็ยิ่งทำให้เส้นทางทดสอบบนทางหลวงชนบทนี้ช่วยทำให้ขับขี่ Nissan Note ได้อย่างสนุกมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าได้งานดีไซน์ของเบาะนั่งที่เพิ่มระยะการปรับสูง – ต่ำ รวมถึงรูปทรงที่สปอร์ต และกระชับสรีระได้มากกว่านี้ก็คงจะช่วยให้เติมเต็มอรรถรสการขับขี่เป็นไปด้วยความสนุกมากกว่านี้ทีเดียว

ก่อนจะออกจากทางหลวงชนบทขึ้นถนนหลักทาง Nissan มีเกมส์เล็กๆ ให้เล่นในจุดแวะพัก เพื่อนำเสนอจุดเด่นของ Note ในเรื่องของฟังค์ชั่นการใช้งานทั่วไป กับการยัดกล่องสัมภาระขนาดต่างๆ ให้เข้าไปอยู่ในรถ ซึ่งช่วยให้เห็นความสามารถในการบรรทุกที่ประกอบด้วยเบาะนั่งแถวหลังพับได้แบบ 60/40 รวมถึงบานประตูตอนหลังที่เปิดได้กว้างเป็นพิเศษถึง 85 องศา โดยหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมทั้งหมดก็ถึงเวลาเดินทางกลับ โดยใช้เส้นทางหลักถนนพระราม 2 มุ่งหน้ากลับไปที่จุดเริ่มต้นของทริปนี้ ณ โรงแรม Eastin Grand ย่านสาธร ซึ่งในระหว่างขับขี่กลับ Nissan Note ก็ยังตอบโจทย์ได้ดีในเรื่องของการใช้งานด้วยอารมณ์ที่ขับสนุกขึ้นกว่ารุ่นพี่ Eco Car ร่วมสายเลือด ในขณะที่พละกำลังนั้นก็ตอบสนองได้ดีในสไตล์ของรถ Eco Car และระบบเกียร์แบบ CVT ที่เน้นการใช้คันเร่งอย่างนุ่มนวลมากกว่า เพื่อให้เกิดความสบายในการขับขี่ด้วยการส่งกำลังที่ต่อเนื่อง รวมถึงอัตราการประหยัดน้ำมันที่เป็นจุดเด่นของรถ Eco Car ด้วยเช่นกัน

นอกจากสมรรถนะแล้ว Nissan Note ยังมากับฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยที่ใส่มาให้อย่างอัดแน่น เช่น ระบบ Intelligent Around View Monitor (AVM) กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง ซึ่งจะตรวจจับ และส่งสัญญาณเตือนวัตถุ หรือบุคคลที่เคลื่อนไหว Moving Object Detection (MOD) ซึ่งแสดงผลที่กระจกมองหลัง, ระบบ Intelligent Forward Collision Warning (FCW) หรือระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า, ระบบ Intelligent Emergency Braking ซึ่งจะทำงานร่วมกับระบบช่วยเตือนก่อนการชน, ระบบ Lane Departure Warning – LDW เตือนเมื่อรถออกนอกเส้นทาง ซึ่งติดตั้งมาให้เป็นครั้งแรกในรถระดับเดียวกัน โดยจะทำงานที่ความเร็วมากกว่า 70 กม./ชม. พร้อมด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน ชนิดที่สามารถเรียกได้ว่าเป็น Eco Car ที่ครบเครื่องที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดบ้านเราเลยทีเดียว


ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |


คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)