ไม่ต้องตกใจแค่ “ไฟเตือนน้ำมันโชว์” … ไม่ได้หมายความว่าจะ “หลับ” ทันที

ไฟเตือนน้ำมันโชว์

สิ่งที่ควรทำทุกครั้งสำหรับผู้ใช้รถ ก่อนจะสตาร์ทรถออกไปขับ ก็คือการสังเกตความเรียบร้อยของรถทั้งภายนอก และก็ภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสัญญาณไฟต่างๆ บนหน้าปัด เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของตัวรถ ซึ่งรวมถึงควรตรวจสอบปริมาณเชื้อเพลิงที่มีอยู่ ก่อนการเดินทางเพื่อเพิ่มความมั่นใจ เพราะคงไม่มีใครอยาก “ลุ้น” กลางทาง ตอน “ไฟเตือนน้ำมันโชว์”

ซึ่งเมื่อพูดถึงเรื่อง “น้ำมันเชื้อเพลิง” โดยปกติวิสัยแล้ว คนทั่วไปมักจะเติมทันทีเมื่อรู้ตัวว่าน้ำมันรถเหลือเพียง 1 ใน 4 ของถัง เพราะน้อยคนนักที่จะ “ลาก” กันยันไฟเตือนน้ำมันโชว์ แต่เราก็เชื่อว่ามีไม่น้อยที่ “ลืม” บ้าง หรือ เดินทางไปในที่ๆ “ไม่คุ้น” บ้าง และไม่รู้ว่าในจุดไหนมีสถานีบริการ ก็เลยต้อง “ลากขับ” กันยัน “ไฟเตือน” ให้ลุ้นตัวเกร็งกันไป

ไฟเตือนน้ำมันโชว์

โดยถ้าเป็นในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ แม้ “ไฟเตือนน้ำมันโชว์” ก็คงไม่น่าห่วงเท่าไหร่ เพราะบนหน้าปัดจะมี “จอแสดงข้อมูลการขับขี่” พร้อมด้วยฟังค์ชั่นที่สามารถ “คำนวณ” ระยะทางที่วิ่งต่อไปได้ จากปริมาณน้ำมันที่เหลือในถัง หรือต่อให้แม้กระทั่งใช้จนระบบไม่สามารถ “คำนวณ” ระยะทางได้ ก็ยังไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ

เพราะ “ความลับ” เล็กๆ ในรถ ก็คือ แต่ละผู้ผลิตเค้าทำการออกแบบมา “เผื่อ” ไว้แล้ว ฉะนั้นคุณจึงสามารถไปต่อได้อีก เนื่องจากยังมีน้ำมันในถังเหลืออีกน้อยๆ ก็ 5 ลิตรขึ้นไปใน (ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทผู้ผลิต) เพื่อให้คุณขับขี่แบบประหยัดไปยังสถานีบริการที่ใกล้ที่สุด

ไฟเตือนน้ำมันโชว์

“ไฟเตือนน้ำมันโชว์” แล้วจะไปได้อีกแค่ไหน

ส่วนจะเป็นระยะทางเท่าไหร่นั้น อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับรถแต่ะรุ่น โดยเราก็มีวิธีง่ายๆ มาแนะนำให้ทราบกัน โดยสิ่งที่เราต้องรู้เป็นอันดับแรกก็คือ “อัตราการบริโภคน้ำมัน” และ “ความจุถังน้ำมัน” ของรถตัวเองก่อน เพื่อจะได้นำตัวเลขมา “คำนวณ”

ซึ่งสิ่งต่อมาก็คือการ “เติมน้ำมัน” เต็มถัง แล้วเซ็ท Trip Meter ให้เป็นค่า 0.0 แล้วก็ขับขี่ไปตามปกติ จนกระทั่งไฟเตือนน้ำมันโชว์ เพื่อดูว่าเราวิ่งไปเป็นระยะทางเท่าไหร่ไฟถึงโชว์ จากนั้นก็เติมน้ำมันกลับลงไปในถังให้เต็มอีกครั้ง เพื่อหาอัตราสิ้นเปลือง กม./ลิตร สำหรับรถที่ไม่มีตัวเลข หรือในกรณีที่มีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย บนหน้าจอแสดงการขับขี่ เราก็สามารถเอามาใช้ได้เลย

ไฟเตือนน้ำมันโชว์

ส่วนการ “คำนวณ” นั้นให้เราใช้ตัวเลขระยะทางที่วิ่งได้ และตัวเลขน้ำมันที่เติมกลับเข้าไปมา “หารกัน” โดยสมมุติว่าเราเติมน้ำมันกลับไป 45 ลิตร จากที่ระบุในสเปคไว้ว่าถังน้ำมันรถเรามีขนาด 50 ลิตร นั่นเท่ากับว่าเรายังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่อีก 5 ลิตร

จากนั้นก็ให้นำเอาตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองของรถเรามา “คูณ” โดยสมมุติว่าเราทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ที่ 13 กม./ลิตร ฉะนั้นตัวเลขที่ต้องนำมา “คูณ” ก็ต้องเป็นตัวเลข 13 กม./ลิตร (อัตราสิ้นเปลือง) และตัวเลข 5 ลิตร (น้ำมันที่เหลือในถัง) ก็จะได้ค่าตัวเลขคร่าวๆ เป็นระยะทางที่วิ่งได้อีก 65 กม. นั่นเอง

ไฟเตือนน้ำมันโชว์

แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นต้องเข้าใจด้วยว่าในการขับขี่จริง ที่ต้องเจอสภาพการจราจรต่างๆ และพฤติกรรมการขับขี่ คือ ปัจจัยหลักที่อาจทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนได้ ฉะนั้นถ้าหากไม่จำเป็นจริงๆ เราก็ไม่แนะนำให้ “ลากขับ” กันจน “ไฟเตือนน้ำมันโชว์” เพราะนอกจากจะไม่สนุกกับการ “ลุ้น” แล้ว มันอาจจะส่งผลให้ระบบเชื้อเพลิงต้องทำงานหนัก จากการพยายาม “ดูด” เอาเชื้อเพลิงในถังที่มี “เหลือน้อย” มาใช้ จนทำให้อายุการใช้งาน “สั้น” ก่อนวัยอันควรได้

ไฟเตือนน้ำมันโชว์


ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |


คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)