Buy Levitra OnlinePurchasing Cialis With Next Day DeliveryCialis SaleViagra Discounts PillsCanada Viagra
Wednesday, 23 November 2011 23:13

Test Drive All-New Ford Ranger @ Chiangrai

เฝ้ารอการทดสอบมาเป็นแรมเดือนกับ All-New Ford Ranger ซึ่งออกตัวด้วยช็อตเด็ด กับคลิปเด็ดโชว์ลุยน้ำเกือบมิดคัน เหมาะกับสภาวะเมืองไทยช่วงนี้แท้ๆ แต่ในการทดสอบครั้งนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย พาหนีน้ำบินลัดฟ้าสู่จังหวัดเชียงราย เพื่อพิสูจน์สมรรถนะของรถคันนี้

    เริ่มเดินทางบินลัดฟ้ากันตั้งแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้ารับลมหนาวกันที่จังหวัดเชียงราย แต่ก่อนจะออกไปทดสอบเราก็ต้องมาทำความรู้จักกับ DNA ของ All-New Ford Ranger กันก่อน เริ่มจากเครื่องยนต์ดีเซลคือ ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ 2.2 ลิตร วีจี เทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังชุดใหม่ที่ทำงานควบคู่กับระบบเกียร์แบบ 6 สปีดทั้งในเกียร์ธรรมดาและออโต้ ส่วนอีกตัวเป็น เครื่องยนต์ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ 3.2 ลิตร วีจี เทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังชุดใหม่ที่ทำงานควบคู่กับระบบเกียร์แบบ 6 สปีดทั้งในเกียร์ธรรมดาและออโต้ สามารถ เปลี่ยนโหมดการขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ มาเป็นการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อได้อย่างง่ายดายแม้ขณะขับขี่ ด้วยระบบ Shift-on-the-fly


    รับข้อมูลคร่าวๆไปก่อนนะครับเพราะจะให้บรรยายทั้งหมดคงไม่ไหวหน้า Page คงไม่พอจริงๆ เราเริ่มต้นการทดสอบกันในช่วงบ่ายรถที่ทำการทดสอบเป็นรุ่น Double Cap ทั้งหมด โดยมีรุ่น 3.2 เพียง 2 คัน ที่เหลือเป็นเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ซึ่งในช่วงแรกเป็นการเดินทางแบบ On the road  โดยเพื่อนร่วมทริปของผมเป็นคนขับก่อน โดยเราใช้รถรุ่นดับเบิลแค็บ 4X2 ไฮ-ไรเดอร์ 2.2 ลิตร ไวลด์แทรค เกียร์อัตโนมัติซึ่งเป็นตัว Top สุดของเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ผมจึงขอบรรยายถึงความพิเศษของรถรุ่นนี้ก่อน เริ่มด้วยชุดแต่งแบบสปอร์ตครบครัน ประกอบด้วย ราวหลังคา สปอร์ตบาร์ บาร์เสริมขอบกระบะ และแผ่นปูกระบะท้าย พร้อมเบาะนั่งหุ้มหนังสีดำ พวงมาลัย และแผงข้างประตูแบบสปอร์ต และยังเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ขึ้นอีกขั้นด้วยการติดตั้งเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิปเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมระบบเชื่อมต่อการสื่อสารผ่านบลูทูธ1 ยูเอสบี และไอพอด2 รวมทั้งระบบควบคุมการสั่งการด้วยเสียงสำหรับการสั่งงานวิทยุ ซีดี ไอพอด ยูเอสบี และโทรศัพท์เคลื่อนที่ แถม ยังติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย บันไดข้าง และไฟส่องสว่างข้างตัวรถ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ในรถคันนี้ความเงียบภายในห้องโดยสาร และความนิ่มนวลของรถที่ไม่ต่างจากรถเก๋งหรูเลย แม้เพื่อนร่วมทางของผมจะใช้ความเร็วถึง 160 กม.ชม.


    มาในช่วงที่สองผมขยับมาขับบ้าง ยังคงเป็นทางแบบ On the Road อยู่แต่เป็นทางโค้งล้วนๆ ผมจึงมีโอกาสได้สัมผัสกับสมรรถนะของช่วงล่าง ซึ่งถือว่าทำได้ดีมากการเข้าโค้งด้วยความเร็วทำได้ดี คล่องตัวไม่น้อย พวงมาลัยแม่นยำ และเมื่อใช้ร่วมกับระบบเกียร์สปอร์ตทรอนิคที่สามารถปรับเปลี่ยนมาใช้งานแบบเกียร์ธรรมดาได้ ทำให้สามารถลดเกียร์ลงก่อนเข้าโค้งในแบบเกียร์ธรรมดาได้ดี ทำให้การขับเข้าโค้งเป็นไปได้ง่ายและมั่นใจมากขึ้น


    ช่วงต่อมาเป็นการพิสูจน์แรงบิดของเครื่องยนต์ 5 สูบเพราะเป็นทางขึ้นเขาแบบสูงชัน All-New Ford Ranger ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกอะไรสามารถขึ้นเขาชันได้อย่างราบเรียบ เรียกได้ว่าไขข้อข้องใจในเบื้องต้นว่าเครืองยนต์ 2.2 ลิตรจะมีกำลังพอหรือไม่ ในการขึ้นเขาชันก็หายไปจากใจผมเลยครับ หลังจากนั้นเราไปนั่งจิบกาแฟดอยช้างกันชิวๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนรถมาขับ รุ่นโอเพ่นแค็บ 4X2 ไฮ-ไรเดอร์ 2.2 ลิตร XLT เกียร์ธรรมดา เส้นทางในช่วงท้ายนี้เรียกได้ว่าโหดร้ายแบบสุดๆ เพราะเป็นดินล้วนๆ ภูเขาชัน ลุยฝายกั้นน้ำ เรียกได้ว่า Off Road สุดๆ เมื่อเห็นเส้นทางทำให้ผมต้องปรับโหมดที่คอนโซลเกียร์มาใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เส้นทางบางช่วงชันถึง 50 องศาแถมยังเป็นดินแดงๆ ที่เปียกน้ำจึงทำให้รถลื่น แต่แรงบิดที่ดีของตัวเครื่องยนต์ ทำให้เราขับขึ้นไปได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องลงมาที่เกียร์ 1 ด้วยซ้ำ แค่เกียร์ 2-3 ก็ผ่านอุปสรรค์พวกนี้ได้สบาย แต่ระบบของคลัทช์ที่แข็งไปนิดอาจจะทำให้เราล้าได้ง่ายถ้าร่างกายไม่แข็งแรงพอ สุดท้ายปิดด้วยการลุยฝายกั้นน้ำความลึกประมาณ 80 ซม. อันนี้การันตีว่าผ่านแบบชิวๆ จนอยากจากยืมมาลุยน้ำคลองวิภาวดีจริงๆ

 

     สุดท้ายขอบพระคุณ ฟอร์ด ประเทศไทย ที่ให้ iAMCAR ได้สัมผัสนวัตกรรมใหม่ของรถกระบะเมืองไทย สำหรับ All-New Ford Ranger เป็นรถที่คุณๆ ต้องลองขับเองครับ แล้วคุณจะทราบว่า “นวัตกรรมใหม่” ที่ผมกล่าวมานั้นมันมีอยู่จริงในรถคันนี้

 

You are here:   Home