6 เคล็ดลับ พิทักษ์ผิวหน้า รับมือกับอากาศแปรปรวน พร้อมบอกลา ไฝ ฝ้า กระ ไว้ตรงนี้ พอกันทีกับเมคอัพหนาเตอะ!!!

เคล็ดลับดูแลผิว

ใครๆ ก็อยากมีผิวพรรณที่ สวย ใส ไร้ สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ จริงไหม? แต่ปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แดด ลม ฝน ก็มีส่วนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผิวของเราโดยตรง ยิ่งช่วงนี้อากาศของประเทศไทยก็แปรปรวนเหลือเกิน ในหนึ่งวันเราสามารถพบได้ทุกฤดู ทั้ง ฤดูฝน ที่ให้ความรู้สึก แฉะ ชื้น หมักหมม ถ้าดูแลผิวไม่ดีก็เจอเจ้าแบคทีเรียมารุกรานเอาได้ และพอฝนหยุดตก คุณก็จะพบกับความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ส่อง ประหนึ่งมาตั้งฉากอยู่บนหัว เจ้าตัวยูวีในแสงแดดนี่แหละ ตัวบ่อนทำลายกัดกินความงามของผิวเรา ทำให้รู้สึกแสบร้อนยังไม่พอ ยังพารอยดำ ฝ้า กระ มาอาศัยในผิวเราอีก ดังนั้นต้องหาวิธีป้องกันที่ดีที่สุดให้กับผิว เพราะผู้หญิงอย่างเราๆ ต่างก็ปรารถนาผิวสุขภาพสมบูรณ์แบบกันทั้งนั้น บางทีก็อยากแต่งหน้าบางๆ แบบนางเอกซีรีย์เกาหลีเค้าบ้าง พอกันทีกับการโบกหน้าหนาเป็นถนนคอนกรีตเพื่อปกปิดริ้วรอยไม่พึงประสงค์ ถ้าได้ลองเคล็ดลับดีๆ ดังนี้

เคล็ดลับ ที่ 1 ผิวที่ดีนั้นควรดีทั้งจากภายนอกและภายใน จัดสรรเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที

 

ฟังดูง๊าย…ง่าย ก็แค่ออกกำลังกาย แต่ถึงเวลาปฏิบัติทำไมมันขยับร่างไม่ค่อยออก ดังนั้นต้องต้องจิตให้แน่วแน่เสียก่อน สร้างวินัยที่เข้มแข็งให้กับตัวเอง พาตัวเองขยับร่างกายให้ได้ คิดไว้เสมอว่า เพื่อผิวสดใสฉันจะไม่แก่ ฉันจะดูดี ฉันจะต้องเด้งดึ๋งดั๋งท้ากฎแรงโน้มถ่วงให้ได้ ถ้าไม่สะดวกออกไปตามฟิตเนสเซ็นเตอร์ ก็ลองโหลดคลิปของเหล่ากูรูด้านการออกกำลังกายฝึกเองที่บ้านก็ได้นะ มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต้องการจะออกส่วนไหน ท่าไหน มีให้หมด หรือจะชวนเพื่อน ชวนแฟนวิ่งเบาๆ แถวบ้าน หรือแถวสวนสาธารณะก็เข้าที จะเป็นการออกกำลังกายประเภทไหนก็ได้ เพียงแค่ทำทุกวัน ไม่ขี้เกียจ ทำสะสมไปเรื่อยๆ จะเห็นผลลัพธ์ว่านอกจากรูปร่างจะดีขึ้นแล้ว ผิวของเราก็จะสดชื่นกว่าตอนไม่ได้ออกกำลังกายเยอะเลยล่ะ

เคล็ดลับ ที่ 2 น้ำคือชีวิต…

 

ใช่แล้วล่ะ ยิ่งอากาศร้อนๆ แบบบ้านเรานี่แหละตัวดี เป็นตัวการให้ร่างกายขับเหงื่อออกมามาก นั่นหมายความว่าร่างกายของเราก็สูญเสียน้ำไปทุกขณะ เป็นที่มาของสาเหตุอาการผิวขาดน้ำตามมา แล้วอาการผิวขาดน้ำเป็นอย่างไร สังเกตุตามนี้เลยนะ เมื่อาการผิวขาดน้ำมาเยือน จะทำให้เราผิวแห้งกร้าน เมื่อร่างกายขาดน้ำ ร่างกายจะดึงน้ำจากเนื้อเยื่อมาใช้เพื่อให้อวัยวะสำคัญๆ ยังคงทำงานได้ เพราะผิวหนังห่อหุ้มทุกส่วนของร่างกาย ผิวจึงเป็นส่วนสำคัญที่ถูกดึงน้ำออกมานั่นเอง จึงส่งผลให้ ผิวดูอ่อนล้า ไม่สดใส ขาดความเนียนนุ่ม ไม่กระชับ และพอเราแต่งหน้า ก็จะทำให้แป้งแตก ลอกเป็นขุย ต่อให้โบ๊ะแป้งซ้ำเข้าไปก็พัง และ พัง…

นี่แหละคือสัญญาณบ่งบอกว่า คุณต้องดื่มน้ำเยอะๆ แล้วนะ แล้วปริมาณที่เหมาะสมคือต้องดื่มวันละเท่าไหร่? เราควรดื่มน้ำสะอาดวันละ 10 แก้ว หรือประมาณ 1.5 – 2.0 ลิตรทุกวัน เพื่อคงความชุ่มชื่นให้แก่ผิว แต่หากเราอยู่ในวันที่อากาศแห้ง และร้อนสุดๆ หรือ ทำกิจกรรมที่สูญเสียเหงื่อมาก ก็สามารถดื่มได้มากกว่านี้นะ แต่ต้องเป็นน้ำเปล่าเท่านั้น ชา กาแฟ น้ำหวาน น้ำอัดลม ไม่นับนะยูว์…

เคล็ดลับที่ 3 ผัก ผลไม้ ช่วยชะลอความร่วงโรยของผิวพรรณ

 

เพราะ ผัก ผลไม้ เป็นแหล่งรวมวิตามินที่ดีต่อผิวพรรณ และอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ผักและผลไม้ยังจัดว่าเป็นอาหารที่มีสารอาหารในกลุ่ม ไฟโตนิวเทรียนท์สูง ซึ่งไฟโตนิวเทรียนท์ หรือ สารพฤกษาเคมี คือ สารอาหารที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ ต้องได้รับจากพืชเท่านั้น โดยเป็นสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อม กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และช่วยป้องกันการติดเชื้อและการเกิดโรคต่างๆได้มากมาย เราจึงควรรับประทาน ผัก และผลไม้ ให้หลากหลายเข้าไว้ ทานได้ทุกชนิด ทุกประเภทเท่าที่จะหาได้ นับว่าเป็นประโยชน์แก่ผิวพรรณของเราแล้ว แต่หากใครมีปัญหาในการรับประทานผัก ผลไม้ ลองนำมาประยุกต์เป็นน้ำผัก ผลไม้ พวกสมูทตี้ ก็อร่อย และได้ประโยชน์ไปอีกแบบนะจ๊ะ

เคล็ดลับที่ 4 หลับตาสิที่รัก…แล้วจงนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

 

การนอนหลับให้เพียงพออย่างสมบูรณ์ ไม่น้อยกว่า 7 – 8 ชั่วโมง จะส่งผลให้ร่างกายมีสุขภาพดีทั้งในแง่ของการฟื้นฟูพละกำลัง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ รวมไปถึงสุขภาพผิวก็จะแจ่มใสไงล่ะเธอออ ดังนั้นก่อนเข้านอนโปรดวางเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด งดท่องโซลเชียลก่อนนอน เพราะจะทำให้เราเล่นเพลินจนเลยช่วงเวลาที่ดีในการนอนหลับ แถมยังทำให้ตาค้าง นอนหลับยากอีกด้วยค่ะคุณ

 

เคล็ดลับ ที่ 5 ครีมกันแดด องค์รักษ์พิทักษ์ผิว

 

อย่างที่ทราบกันดีว่าแสงแดดบนโลกมนุษย์ปัจจุบันนี้ร้ายกาจขนาดไหน จะอยู่กลางแจ้ง หรือในที่ร่มก็ไม่สามารถหนีพ้นรังสียูวีได้หรอกค่ะคุณ ดังนั้นทุกครั้งที่จะออกจากบ้านควรทากันแดดทั้งใบหน้าและลำตัว 15-30 นาที ก่อนออกไปเผชิญแสงแดด เพื่อให้เนื้อครีมซึมลงสู่ชั้นผิวและเป็นเกราะป้องกันผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควรเติมครีมกันแดดซ้ำๆ ในรอบวัน รวมถึงการทาซ้ำหลังว่ายน้ำหรือเมื่อมีเหงื่อออกมากด้วยนะจ๊ะ เลือกครีมกันแดดที่มี SFP ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป และเลือกแบบที่ป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอ และ ยูวีบี จ้า…

เคล็ดลับ ที่ 6 ปรนนิบัติผิวด้วยด้วยทรีทเมนท์ทำเองแบบง่ายๆ 

นอกจากการใช้ครีมบำรุงผิวที่ใช้อยู่เป็นประจำทุกวัน มาลอง D I Y ทรีทเมนท์บำรุงผิวด้วยตัวคุณเองดูสิคะ ประหยัดเงินในกระเป๋า แถมห่างไกลสารเคมีอีกด้วย เลือกของหาง่ายใกล้ตัวมาผสมผสานกัน เพราะคุณค่าจากธรรมชาติยังไงก็เป็นมิตรต่อผิวพรรรณของเราอย่างแน่นอน

สูตรที่ 1 แก้หน้าสิวอักเสบ เป็นหน้าสวย 

 

ส่วนผสม : ดินสอพอง 2-3 เม็ด, ผงขมิ้น 2 ช้อนชา, น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ : ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำไปพอกหน้าประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเดือนละ 2 ครั้งกำลังดี อาการสิวอักเสบจะค่อยๆ ดีขึ้น

สูตรที่ 2 หน้ามันจงหายไป ขอหน้าสดใสมาแทน 

 

ส่วนผสม : กล้วยหอม 1 ลูก, น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ : นำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก็จะได้ผิวที่เนียนใสไร้ความัน แต่ช้าก่อน!! สูตรนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งนะจ๊ะ

สูตรที่ 3 ผิวขาวอมชมพู…อู้หู้!!! สวยจนผู้ฯ ต้องมองเหลียวหลัง

 

ส่วนผสม : มะเขือเทศสด 1 ลูก, น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ : นำมะเขือเทศไปปั่นให้ละเอียด ผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำไปทำการพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้สาวๆ ที่ผิวหน้าที่บอบบางไม่ควรทำบ่อย เพราะมะนาวจะกัดผิวหน้าทำให้ผิวบางอักเสบง่าย ทำเดือนละ 1-2 ครั้ง กำลังดีนะจ๊ะ

สูตรที่ 4 ฝ้า กระ จงออกไป เคลียร์พื้นที่ให้ผิวใสๆ คืนกลับมา 

 

ส่วนผสม : หัวไชเท้า 1 หัวน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ : ล้างหัวไซเท้าให้สะอาด หันเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปปั่นให้ละเอียด เติมน้ำมะนาวลงไปปั่นให้เข้ากัน นำส่วนผสมที่ได้ทาให้ทั่วไปหน้า (ยกเว้นรอบดวงตา และริมฝีปาก) ทาทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด เมื่อทำต่อเนื่อง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงผิวที่เคยที่ฝ้า กระ และจุดด่างดำจะจางลงไปภายใน 1 เดือน

เคล็ดลับเหล่านี้ลองทำดูเพื่อสุขภาพผิวที่สมบูรณ์ ใครสะดวกสูตรไหน จัดกันไปเลย ได้ผลลัพธ์อย่างไรมาแชร์กันด้วยนะจ๊ะ



คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)