เรื่องควรรู้ก่อนไปเลือกตั้ง 24 มีนาคม นี้

ใกล้จะถึงวันนี้ที่รอคอยกันแล้ว สำหรับวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม นี้ เพื่อนๆ เตรียมพร้อมกันหรือยังค่ะ? มีเลือกพรรคไหนไว้ในใจกันบ้างหรือยัง แต่ก่อนจะไปเลือกตั้งครั้งนี้ เรามีข้อควรรู้มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ

 

1. วันเวลา เปิด-ปิด หีบเลือกตั้ง เอกสารที่ต้องใช้ในการเลือกตั้ง อายุ 18 ปี นับอย่างไร 


ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีระยะเวลาในการเปิดคูหาให้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. และต้องอย่าลืม  เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารอื่น ๆ ของทางราชการที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน มาด้วยเพื่อใช้ในการยืนยันตน

โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ในวันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 หรือเกิดก่อนวันที่ 24 มีนาคม 2544 สามารถตรวจสอบสิทธิ์ด้วยการตรวจเอกสารที่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นจะจัดส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้านเพื่อแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงก่อนวันเลือกตั้ง 20 วัน

 2. ได้บัตรมาหนึ่งใบกาช่องไหน โหวตโนได้ไหม หมายเลข ส.ส. ทุกเขตเหมือนกันหรือไม่ 

การเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว สำหรับเลือก ส.ส.แบบแบ่งเขต เท่านั้น จากนั้นคะแนนเสียงที่เราเลือก ส.ส.แบบแบ่งเขต จะถูกนำไปใช้คำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรคนั้น ๆ

ผู้สมัครแต่ละเขตจะมีหมายเลขแตกต่างกัน ไม่ได้ใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ โดยผู้สมัครจะได้รับหมายเลขเรียงตามลำดับการสมัครรับเลือกตั้ง ไล่ลำดับไปเรื่อย ๆ จนถึงผู้สมัครคนสุดท้าย และหากเราไม่ชอบผู้สมัครในเขตเราสักคนเดียว ก็สามารถกาช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” ได้อีกด้วย และหากคะแนนเสียงไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด มากกว่าคะแนนเสียงของผู้สมัครที่ชนะ เขตเลือกตั้งนั้นก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง โดยผู้สมัครรายเดิมจะไม่มีสิทธิ์รับสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งใหม

          ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้จะมี ส.ส.แบบเขต 350 คน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน และ ส.ว. ที่มีการสรรหาจากรัฐบาลอีก 250 คน รวมทั้งหมด 750 คน โดยคะแนนที่ได้จากการเลือกทั้งหมด จะถูกนำไปนับทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อให้พรรคการเมือง ส่วนพรรคที่มีจำนวน ส.ส. น้อยกว่า 25 คน จะไม่มีสิทธิ์เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี และการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นจะต้องมีเสียงในสภามากกว่า 376 เสียง จาก 750  เสียง แบ่งเป็นเสียงจาก ส.ส. 500 คน และเสียงจาก ส.ว. 250 คน
ขอบคุณภาพและข้อมูล : kapook.com

 



คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)