สวรรค์ของคนชอบลุ้น มารู้จัก นวดแผนโบราณ อะไร ยังไง มีกี่ระดับ

ร้าน นวดแผนโบราณ ร้านประเภทนี้ มีหลายแบบ บางที่เหมือน ร้านนวด ทั่วไป มี สว.ตอนต้น เป็นหมดประจำร้าน บางที่มีตู้(บางแห่งก็ไม่มีกระจกกั้น) มีเชียร์แขก หมอนวด แต่งตัวตามสบาย ไม่มีเครื่องแบบ ไม่บังคับนุ่งกระโปรง รวมไปถึงร้านสมัยใหม่ที่จะมีอัลบั้มรูปของหมอนวดให้เราเลือก ส่วนมากจะเป็นหมอนวดที่มีอายุรุ่นพี่/ป้า ถ้าจะมีเด็กๆหน่อยก็จะอายุประมาณ 20-30 หน้าตาธรรมดา-แจ่มปานกลาง ยกเว้นร้านนวดที่อยู่ในย่านรัชดาก็จะมีเด็กๆหน้าตาดีให้เลือกมากหน่อย ว่ากันว่าช้างเผือกมักจะอยู่ตามสถานที่แบบนี่้ หาดีๆเล็งดีๆอาจจะเจอของดี โดยปกติทางร้านจะบังคับให้ใช้บริการขั้นต่ำ 2 ชม. -ก็คือต้องจ่ายค่านวดอย่างต่ำ 2 ชม. แต่จะอยู่ครบหรือเปล่านั้นก็แล้วแต่ พอขึ้นห้องก็สั่งน้ำตามปกติ แต่จะไม่ต้องจ่ายเงินเลย รอไปรวมกับบิลค่านวดตอนสุดท้าย และสภาพ ห้องโดยทั่วๆไปก็สู้ ออน.ไม่ได้ ในห้องจะมีเตียง(หรือแท่นที่ยกให้สูงขึ้นจากพื้นแล้วมีที่นอนวาง)กับโต๊ะวาง ของเล็กๆ แล้วก็มีทีวี บางที่ก็เป็นที่นอนวางบนพื้นธรรมดาๆเลยก็มี โดยปกติในห้องนวดแผนโบราณจะไม่มีห้องน้ำ(ต้อง เดินออกมาเข้านอกห้อง) นอกจากบางที่จะมีห้องพิเศษที่มีห้องน้ำในตัว หรือที่ๆมีบริการนวดน้ำมันก็จะมีห้องที่มีห้องน้ำในตัวให้ท่านเลือก โดยก่อนจะนวดทางร้านจะมีเสื้อ+กางเกงเลให้เปลี่ยน ซึ่งส่วนมาแนะให้เลือกเป็นนวดน้ำมัน เพราะแก้ผ้านอนได้เลย ซึ่งถ้าตั้งใจจะมาใช้บริการพิเศษอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องใส่ กกน. (มันคือการส่งสัญญาณ หมอนวดรู้ว่า วันนี้ต้องการเสียน้ำ)

การ นวดแผนโบราณ แนวนี้ จะแบ่งเป็นระดับไว้ 4 ระดับได้แก่

ระดับ 1 = การใช้มือในการสำเร็จความใคร่ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ชักว่าว นั่นเอง สนนราคา ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 500 บาท ไม่รวมค่านวด
ระดับ 2 = การใช้ปากในการสำเร็จความใคร่ หรือการสเป นั่นเอง สนนราคา ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 700-1000 บาท ไม่รวมค่านวด
ระดับ 3 = การใช้ปากล่างในการสำเร็จความใคร่ หรือการบะๆโอ้บะ กันนั่นล่ะ สนนราคา มีตั้งแต่ 1,000-2,500 ขึ้นไป ไม่รวมค่านวด
ระดับ 4 = การใช้ทวารหนักในการสำเร็จความใคร่ หรือการเข้าประตูหลังนั่นเอง ตรงนี้ไม่มีสนนราคาชัดเจน เป็นเหมือน option ซึ่งระดับ 4 นี้จะไม่ค่อยได้รับความนิยมซักเท่าไหร่เพราะมันค่อนข้างนอกประเด็นไปหน่อย

ส่วนคำว่า “รูดการ์ด” หรือ”รูดบัตร” คือ การที่โดนเอามือกรีดเข้ามาที่ร่องตุ๊ดและลากผ่านลงไปที่โคนตู้เย็นนั่นเอง และจะเห็นได้ว่า ระดับ 1,2 ไม่ว่าจะเป็นร้านนวดบริเวณไหน ก็ตาม สนนราคาจะใกล้เคียงกัน แต่สำหรับ ระดับ 3 แล้ว สนนราคาจะแตกต่างกันมาก อยู่ที่ รูปร่าง หน้าตา อายุ และสถานที่ ที่เราไปครับ
โดยส่วนใหญ่แล้ว (ใช้คำว่า โดยส่วนใหญ่นะครับ) ราคาในการทำ ระดับ 3 จะมีราคา ตาม โซนสถานที่

สเต็ปการนวดก็เริ่มจากนวดขา นวดหลัง นวดแขน นวดตัว

ถ้าเจอคนที่ขยันนวดก็จะใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชม. แต่ถ้าเจอเด็กๆที่ขี้เกียจนวด หรือเร่งทำรอบ ประมาณ 30 นาทีก็จบคอร์ส ฝีมือนวดก็ธรรมดา อย่าไปคาดหวังว่าจะต้องหายเมื่อยเป็นปลิดทิ้ง (นอกจากจะเจอหมอนวดที่เป็นครูฝึก ซึ่งมักจะเป็นคนมีอายุพอสมควรแล้ว) หลังจากนั้นก็จะเป็นช่วงเวลาของบริการพิเศษ
และประเภท ของบริการพิเศษโดยปกติก็มีอยู่ 3 ระดับคือ 1-ใช้มือ 2-ใช้ปาก 3-ใช้จิ๊มิ(ก็คือปรี้กันนั่นแหละ) โดยราคามาตรฐานคือ 500-1000-1500 ตามลำดับ ซึ่งราคาเหล่านี้ไม่ใช่ราคาตายตัว ท่านสามารถต่อรองได้ ซึ่งก็แล้วแต่เทคนิคส่วนตัวว่าจะคุยกันแบบไหน ถูกใจคลิกกันได้บางทีได้ฟรี เสียแค่ทิปพอเป็นน้ำใจก็มี การบริการพิเศษแบบนี้ คือการที่ท่านทำการตกลงกับน้องๆเองเป็นการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับร้าน ซึ่งโดยปกติมักจะเกิดขึ้นจากการพูดคุยในระหว่างการนวด หรือการถามน้องตรงๆ หรือน้องอาจจะเสนอบริการพิเศษท่านตรงๆก็ได้ ทั้งนี้ น้องมีสิทธิ์ที่จะให้หรือไม่ให้บริการท่านก็ได้ ขึ้นอยู่กับนิสัย/ความสะอาดส่วนตัวของท่าน การทำความรู้จักคุ้นเคยสนิทสนมระหว่างการนวด หรืออาจจะขึ้นอยู่กับอารมณ์ส่วนตัวของน้องๆ ณ เวลานั้นๆ น้องบางคนเน้นเรื่องทำพิเศษอยู่แล้วก็คุยง่าย แต่บางคนที่ไม่อยากหรือไม่มีอารมณ์ก็ลำบากหน่อย(ข้ออ้างยอดฮิตคือ “ติดไฟแดง” “เจ็บฟัน” “ไม่มีถุง” หรือ “ที่ร้านไม่ให้ทำ”) ซึ่งเทคนิคการ “กล่อม” หรือการคุยให้เข้าประเด็น/สอบถาม/ชักชวนให้น้องทำพิเศษนี้เป็นความสามารถ ส่วนตัวของท่านเอง และเมื่อนวด+ทำพิเศษกันเสร็จแล้ว น้องก็จะใช้กระดาษทิชชู่จำนวนมากมาทำความสะอาด+ห่อหลักฐานไปทิ้ง ต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปล้างเครื่องมือของตัวเองในห้องน้ำ แล้วก็ลงไปจ่ายค่านวด ส่วนค่าบริการพิเศษ+ทิป นั้นส่วนใหญ่จะจ่ายกับน้องเอง

สำหรับการไปนวดแผนโบราณนี่ส่วนใหญ่จะชอบตรงที่ได้ “ลุ้น” ว่าน้องจะมาแนวไหน แล้วจะ “กล่อม” ให้ทำพิเศษ หรือคุยให้เข้าประเด็นได้ยังไง ได้ระดับไหน ได้ราคาเท่าไหร่ (ถ้าเจอคนที่ถูกใจกันจริงๆ มีตังแค่ 500 บาทก็เคยได้ระดับ 3 มาแล้ว เผลอๆได้เบิ้ลฟรีซะอีก) มันสนุกตรงนี้แหละ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าน้องทำพิเศษแน่ๆ 90-95% (เพียงแต่จะเลือกทำให้กับเรารึเปล่าเท่านั้น) การได้ทำความรู้จักคุ้นเคย ได้มีโอกาสกอดจูบลูบคลำ ล้วงๆควักๆ หยอกล้อเล้าโลมกันในระหว่างหรือหลังจากการนวด ก่อนที่จะแก้ผ้าซัดกัน มันเป็นโอกาสให้เราได้แสดงลีลาและคารมการเผด็จศึก และการที่จะได้ลุ้นว่าพอแก้ผ้าออกมาแล้วจะเจออะไรบ้าง ปัจจัยเหล่านี้มันมีสีสันกว่าการไปเที่ยวอ่างซึ่งมีการบริการเป็นขั้นตอนที่ ชัดเจนแน่นอนว่าตอนไหนแก้ผ้า ตอนไหนอาบน้ำ ขึ้นเตียงแล้วน้องจะเริ่มไซร้จุดที่ 1-2-3 แบบไหน ตอนไหนจะอม ตอนไหนจะใส่ ทั้งๆที่สุดท้ายต้องเสียเงินพอๆกัน แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่แตกต่าง ไม่เบื่อดี

สุดท้าย “ขอให้มีความสุขกับการใช้ชีวิต” ไม่ลองไม่รู้ คร้าบบบ

 

 



คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)