เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดงานแสดงรถยนต์ประจำปี “Mercedes-Benz StarFest 2019” ยกทัพคาราวานรถหรูบุกหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะรถยนต์ในเส้นทาง ขอนแก่น – กรุงเทพฯ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดงานแสดงรถยนต์ประจำปี “Mercedes-Benz StarFest 2019”

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด  จัดงาน “Mercedes-Benz StarFest 2019”  ยกทัพคาราวานยนตรกรรมหรูบุกหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ จัดแสดงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นต่างๆ  จำนวนรวม 12 รุ่น ครบครันในทุกเซ็กเมนต์ทั้ง Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, และ SUV  ให้สาวกค่ายดาวสามแฉกได้สัมผัสกับยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยมอย่างใกล้ชิด ชูไฮไลท์รถยนต์เอนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic ที่สุดแห่งยนตรกรรมจากตระกูลเอสยูวี ที่สะท้อนตัวตนในฐานะรถยนต์สไตล์ออฟโรดที่พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ภายใต้แบรนด์เทคโนโลยี EQ จำนวน 4 รุ่นได้แก่ C 300 e AMG Dynamic, E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive และ E 350 e AMG Dynamic ในเส้นทางขอนแก่น – กรุงเทพฯ

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์หรูในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ มุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์ที่จะไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้ และวันข้างหน้า ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ รวมถึงการจัดกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกกลุ่มซึ่งงาน “Mercedes-Benz StarFest” ถือเป็นงานแสดงรถยนต์ประจำปีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ที่จะไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอยนตรกรรมที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และยังถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดให้ลูกค้าที่รักและชื่นชอบยนตรกรรมจากค่าย ดาวสามแฉกได้สัมผัสกับที่สุดแห่งยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยมที่เพียบพร้อมไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยอย่างใกล้ชิด”

“ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯ ได้จัดงานแสดงรถยนต์ “Mercedes-Benz StarFest” ขึ้นอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปท์ “The All Star Experiences” ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ที่เราได้ยกขบวนรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ หลากหลายรุ่นไปจัดแสดงยังที่ต่างๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศเพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา โดยกิจกรรมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมประจำปีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ลูกค้าให้ความสนใจและได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมมาโดยตลอด”

Mercedes-Benz StarFest 2019

มร. บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน Mercedes-Benz StarFest 2019 ในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ยกทัพยนตรกรรมหรูกว่า 12 รุ่น ครบครันในทุกเซ็กเมนต์มาให้ลูกค้าดาวสามแฉกทุกท่านได้ชมกันอย่างใกล้ชิด ทั้ง Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, และ SUV ซึ่งรวมถึงรถยนต์ที่ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่างระบบมัลติมีเดียแบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว ผ่านระบบการสั่งการด้วยเสียงที่สามารถจดจำข้อมูล และเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานต่างๆ ของผู้ขับขี่ เพื่อแจ้งเตือน หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานให้ง่ายและเหมาะสมที่สุด รวมถึงบริการ ‘Mercedes me connect’ ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมกันนี้ เราได้เชิญตัวแทนสื่อมวลชนมาร่วมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จำนวน 4 รุ่นได้แก่ C 300 e AMG Dynamic, E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive และ E 350 e AMG Dynamic ในเส้นทางขอนแก่น – กรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมชมงานในครั้งนี้อีกด้วย”

 

งานจัดแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz StarFest 2019 ได้เริ่มจัดไปแล้ว 7 แห่ง ได้แก่  ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ห้างสรรสินค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี ซึ่งสำหรับจุดหมายต่อไป คือ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 24 กันยายนนี้ ก่อนที่คาราวานยนตรกรรมหรูจะเคลื่อนทัพไปยังห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ในวันที่ 27 กันยายน – 3 ตุลาคม, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา พิษณุโลก ในวันที่ 1–7 ตุลาคม, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลภูเก็ต ในวันที่ 8–14 ตุลาคม และปิดท้ายการจัดแสดงคาราวานยนตรกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ ในวันที่ 17–23 ตุลาคมนี้

 Mercedes-Benz StarFest 2019

Mercedes-Benz StarFest 2019

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เทคโนโลยี EQ

Mercedes-Benz StarFest 2019

Mercedes-Benz C 300 e AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศ

 Mercedes-Benz C 300 e AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศ มอบประสบการณ์ขับขี่ให้กับลูกค้า ด้วยสมรรถนะจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี ที่ให้ พละกำลังสูงถึง 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที และมีแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบ 1,200–1,400 ต่อนาที ซึ่งเมื่อผสานพลังกับมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง 122 แรงม้า จะทำให้ ได้ System Output สูงสุดถึง 320 แรงม้าที่ 4,500–5,500 รอบ/นาที และมีแรงบิดถึง 700 นิวตันเมตร นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบผสมที่ต่ำกว่า 45 กรัม ต่อกิโลเมตรเท่านั้น

ดีไซน์ภายนอก

โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ดูปราดเปรียว เร้าใจ ผสานด้วยคุณสมบัติอัจฉริยะของอุปกรณ์ต่างๆ  ติดตั้งกระจังหน้าแบบ diamond grille สีเงินพร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และล้อ         อัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว โดยมีกันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้างเป็นดีไซน์สปอร์ตแบบ AMG Bodystyling โคมไฟหน้าและหลังได้รับการออกแบบโดยใช้เส้นโค้งเป็นองค์ประกอบหลัก พร้อมใช้วัสดุคุณภาพสูงเพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดในแง่รูปลักษณ์ และความรู้สึก รวมถึงการใช้เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED พร้อมระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam ซึ่งประกอบด้วยหลอดไฟ LED  ที่ทำงานโดยอิสระจำนวน 84 หลอดต่อโคมไฟหน้า 1 โคม ที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถปรับความเข้มแสง โดยใช้ระบบไฟหน้าให้เข้ากับสภาพการจราจรโดยรอบได้ซึ่งระบบไฟหน้า MULTIBEAM LED มีคุณสมบัติพิเศษมากมายที่เหนือกว่าระบบไฟหน้า LED มาตรฐาน (ที่มีหลอดไฟ LED 19 หลอดต่อโคมไฟหน้า 1 โคม) เช่น ระบบไฟส่องสว่างขณะขับผ่านสี่แยกหรือวงเวียน ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเมือง และระบบไฟส่องสว่างสำหรับสภาวะอากาศเลวร้าย

ทั้งนี้ ระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam จะทำงานอัตโนมัติหากระบบตรวจจับได้ว่าไม่มีผู้สัญจรในทางรถสวน ถนนข้างหน้าเป็นทางตรง และผู้ขับขี่กำลังใช้ความเร็วตั้งแต่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam จะช่วยให้ไฟหน้าของรถมีความสว่างในระดับที่สูงขึ้นตามความเร็วของรถโดยสามารถส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร นอกจากนี้ยังมีหลังคาพาโนรามิคซันรูฟที่เลื่อนเปิด-ปิด ได้ด้วยระบบไฟฟ้าอีกด้วย

ดีไซน์ภายใน และห้องโดยสาร ถูกออกแบบให้มีความหรูหราสไตล์สปอร์ต และมีโครงสร้างที่ดูต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียว มาพร้อมกับพวงมาลัยที่มีระบบมัลติฟังก์ชัน ตกแต่งแบบสปอร์ตท้ายตัด พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control ใช้เบาะหุ้มหนังแบบสปอร์ต และมาพร้อมกับ Memory Seat Package ระบบกุญแจแบบ KEYLESS-START และมีระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO เสริมเข้ามาด้วย

Mercedes-Benz C 300 e ยังมาพร้อมกับหน้าจอมัลติมีเดียบริเวณกลางคอนโซลแบบ MB Audio 20 ขนาด 10.25 นิ้ว เพื่อใช้ในการควบคุมระบบต่างๆ ของรถได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสด้วยระบบ Touch pad ไม่ว่าจะเป็นระบบ Apple CarPlay™ ระบบถอยจอดแบบอัตโนมัติ หรือระบบแผนที่นำทาง 3 มิติรูปแบบใหม่ เป็นต้น อีกทั้งยังได้เพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทางด้วยระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า นอกจากนี้ ยังได้นำเทคโนโลยี และรูปแบบการใช้งานมาจากรถยนต์ The S-Class โดยมีระบบ All-Digital instrument display หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้วที่สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ คือ Classic Sporty และ Progressive

ระบบเทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย ที่มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่รุ่นล่าสุดสำหรับตระกูล The C-Class ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับระบบที่ใช้ในรถยนต์ The S-Class อาทิ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัย และยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อาทิ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program – ESP®) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS) ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light) ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ABA (Active Brake Assist system)ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service interval indicator) ระบบเตือนแรงดันลมยาง (Tyre pressure loss warning system) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดแบบอัตโนมัติ (Active Parking Assist) ระบบ DYNAMIC SELECT คือ แบบ Sport Sport+ และ Comfort และระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ Bluetooth นอกจากนั้น ยังมีระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Distance Pilot DISTRONIC) กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround view camera) และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับ ระบบแผนที่นำทางที่ติดตั้งอีกด้วย

Mercedes-Benz C 300 e AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศ ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนรุ่นใหม่ที่มีขนาดความจุ 13.5 kWh มากกว่าเดิมถึง 111% ผสานกับประสิทธิภาพของเซลล์แบตเตอรี่ชนิดใหม่ซึ่งมีส่วนผสมของลิเธียม-นิกเกิล-แมงกานีส-โคบอลต์ (Li NMC) ส่งผลให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากความจุ 10% จนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 50 นาที หากชาร์จด้วยเครื่องประจุไฟฟ้าวอลล์บอกซ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุด นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะแบบใหม่ (9G-TRONIC) ที่ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้มากยิ่งขึ้น ทำให้การขับเคลื่อนมีความนุ่มนวลและลดเสียงรบกวนได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้สามารถลดระดับเกียร์ลงได้หลายระดับในกรณีที่ต้องการเร่งแซงอย่างรวดเร็ว

  • Mercedes-Benz C 300 e AMG Dynamic ราคา 2,990,000 บาท

 Mercedes-Benz StarFest 2019

Mercedes-Benz E 350 e รุ่นประกอบในประเทศ

ดีไซน์ภายนอก Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED High Performance ในขณะที่ Mercedes-Benz E 350 e Exclusive และ Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED, ระบบส่องสว่างอัจฉริยะ (ILS – Intelligent Light System), ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย  (ALS – Active Light System), ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (cornering light), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus) โดย Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะเพิ่มเติมความพิเศษด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า, กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ตแบบ AMG, ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน และสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า

ดีไซน์ภายใน เบาะที่นั่งตอนหลังสามารถพับลงแบบ 1/3 และ 2/3 เพื่อความสะดวกในการบรรจุสัมภาระ ซึ่งรุ่น Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde และ Mercedes-Benz E 350 e Exclusive ภายในได้รับการตกแต่งสไตล์หรูหรา มาพร้อมกับเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง nappa ในขณะที่รุ่น Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับเบาะนั่งหุ้มหนัง nappa, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตท้ายตัด หุ้มหนัง nappa, นอกจากนี้ สำหรับรุ่น Mercedes-Benz E 350 e Exclusive และMercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ widescreen cockpit  เพิ่มความพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่น Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up Display)

ในส่วนของระบบมัลติมีเดียนั้น Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® นอกจากนี้ ทั้ง 3 รุ่นยังมาพร้อมกับ ระบบ COMAND Online พร้อม Controller, ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย Touchpad, ระบบสั่งการด้วยเสียง (LINGUATRONIC) เฉพาะภาษาอังกฤษ, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™) และ Android (Android Auto) รวมถึงการติดตั้งระบบแผนที่นำทาง พร้อมเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สีอีกด้วย

ความปลอดภัยและเทคโนโลยี มาพร้อมกับระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) และระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless  charging for mobile phone) โดย Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde จะมาพร้อมกับกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ ในขณะที่ Mercedes-Benz E 350 e Exclusive และ Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง รวมถึงระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Distance Pilot DISTRONIC) และระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) ที่ติดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในรถยนต์รุ่นนี้อีกด้วย

Mercedes-Benz E 350 e ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,200-4,000 ต่อนาที และกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 88 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 440 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC PLUS) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

  • Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde ราคา 3,540,000 บาท
  • Mercedes-Benz E 350 e Exclusive ราคา 3,790,000 บาท
  • Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic ราคา 4,190,000 บาท

ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |


คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)