Review : All-new Honda CR-V Generation 5 เครื่องยนต์ i-DTEC Diesel Turbo แบบ 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams Technology)

All New CR-V Generation 5

การมาเยือนสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในครั้งนี้เป็นการมาเยือนที่ให้ความรู้สึกแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยสนามที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่ในวันปกติธรรมดา ประกอบกับการใช้ทีมงานเพียงหยิบมือจาก บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด  พลพรรคสื่อที่จำกัดจำนวน  รวมถึงระยะเวลาที่ใช้ต้องสั้น และกระชับ ปิดท้ายด้วยข้อจำกัดทางด้านสื่อ Social ต่างๆ มันเลยทำให้รู้สึกเหมือนเรากำลังเดินทางสู่ Area51 ฐานทัพที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐเนวาดา ในสหรัฐอเมริกาตะวันตก ยังไง ยังงั้น …ก็แน่ล่ะครับ เพราะนี่คือรอบวอร์มอัพสำหรับ “ของใหม่” ที่มาแรงแน่นอนในตลาดบ้านเรากับ All-new Honda CR-V Generation 5

All-new Honda CR-V

ซึ่งจอดรอคณะสื่อมวลชนสายรถยนต์อยู่บริเวณด้านหน้าพิทของสนามอันเป็นการทดสอบแบบ Exclusive Test ที่น่าตื่นเต้น มากับรายละเอียดที่ยังไม่เปิดเผยมากนักในเรื่องของออพชั่น แต่เท่าที่สังเกตด้วยตาก็ต้องยอมรับว่าค่อนข้างให้มา “ครบ” ทีเดียว ทั้งภายนอก และภายในห้องโดยสารสมกับความเป็นรถเอนกประสงค์ชื่อชั้นแนวหน้าแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งนั่นอาจจะทำให้การทำราคาในตลาดบ้านเราค่อนข้างยาก

เพราะฉะนั้นรอดูเวอร์ชั่นผลิตขายจริง และส่องออพชั่นจากแคตตาล็อคน่าจะเป็นอะไรที่ชัวร์กว่า แล้วอีกอย่างเราเดาว่า บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด คงอยากให้ได้สัมผัสกับสมรรถนะเป็นหลักมากกว่า ด้วยจากทั้งการเลือกสถานที่ และข้อมูลนำเสนอเบื้องต้นที่มีรายละเอียดสำคัญของ “สิ่งใหม่” และสิ่งนั้นก็คือ “เครื่องยนต์” ที่นับเป็นย่างก้าวแรกในประเทศไทยที่ยนตรกรรมจากค่ายฮอนด้า จะขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Diesel Turbo !!!!!

All New CR-V Generation 5

มากับจุดเด่นด้านสมรรถนะ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ i-DTEC Diesel Turbo แบบ 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams Technology) โดยมีพละกำลังสูงสุด 160 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ซึ่งเคลมมาว่ามีอัตราเร่งที่ดี และอัตราการประหยัดน้ำมันที่น่าประทับใจถึง 18.9 กิโลเมตรต่อลิตร รวมถึงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอัตราที่ต่ำเพียง 141 กรัมต่อกิโลเมตร

All New CR-V Generation 5

เครื่องยนต์ i-DTEC Diesel Turbo

บล็อคนี้ก็ประกอบด้วยเทคโนโลยีสำคัญหลายส่วน เช่น ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 จังหวะ (2-stage Turbocharger) คือ LP Turbo หรือ Low Pressure Turbo สำหรับทำงานในช่วงแรงดันต่ำ และ HP Turbo หรือ High Pressure Turbo ทำงานในช่วงแรงดันสูง ด้วยการควบคุมจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่จะสั่งให้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ช่วงรอบต่ำเพื่อสร้างอัตราเร่งสำหรับใช้ในการออกตัว ซึ่งในส่วนของตัว HP Turbo นั้นได้ติดตั้งระบบ VGT – Variable Geometry Turbocharger หรือครีบแบบแปรผันที่ปรับองศาไปตามรอบเครื่องยนต์ เพื่อช่วยในการตอบสนองต่ออัตราเร่งที่รวดเร็วทันใจในช่วงรอบต้น ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันอีกด้วย ในขณะที่ตัว LP Turbo จะมากับ Waste gate สำหรับคายแรงดันไอเสียส่วนเกิน โดยในช่วงรอบเครื่องยนต์กลางๆ นั้นระบบอัดอากาศทั้ง 2 ตัวจะสลับการทำงานกันอย่างเหมาะสมเพื่อให้มีประสิทธิภาพ และสร้างสมรรถนะที่ดีที่สุด

การระบายความร้อนของไอดี

ส่วนต่อมาคือการระบายความร้อนของไอดี (Intercooler) ก็ยังคงทำตามหน้าที่ในการระบายความร้อนของไอดี จากการทำงานของเทอร์โบชารจ์เจอร์ ให้เย็นตัวลงก่อนที่จะผ่านเข้าห้องเผาไหม้ ทำให้มวลอากาศโดยรวมเล็กลง เพื่อนำอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้ปริมาณที่มากขึ้น ทำให้การเผาไหม้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

การจ่ายน้ำมัน

ตามด้วยระบบการจ่ายน้ำมันแบบรางร่วม (Common Rail) ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยควบคุมแรงดันในรางให้เหมาะสม ด้วยการคำนวณรอบเครื่อง ปริมาณการฉีดน้ำมัน อุณหภูมิ และไอเสีย

ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหลายจุด (Multi Injection) จะทำหน้าที่ฉีดจ่ายน้ำมันแบบแปรผันให้เหมาะสมกับรอบการทำงานของเครื่องยนต์ โดยจะคำนวณปริมาณ และจังหวะจากการทำงานของรอบเครื่องในขณะขับขี่

ติดตั้งระบบหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ในรอบเดินเบา (Idle Stop System) กับการทำหน้าที่ดับเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติขณะจอดนิ่ง และจะสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง เมื่อปล่อยเบรก หรือเหยียบคันเร่ง

ระบบหมุนเวียนไอเสีย

ปิดท้ายด้วยระบบหมุนเวียนไอเสีย (Exhaust Gas Recirculation System – EGR) ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แม่นยำสูง เพื่อนำไอเสียกลับมาในระบบเผาไหม้อีกครั้ง เพื่อช่วยให้ไอดีมีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการจุดระเบิด พร้อมด้วยการติดตั้งตัวกรองอนุภาคไอเสียดีเซล (Diesel Particulate Filter – DPF) เพื่อทำหน้าที่ดักจับเขม่าของน้ำมันที่ออกมากับไอเสียเพื่อเพิ่มความมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

และนั่นทำให้จำนวนการขับขขี่ไม่กี่รอบสนามนั้นรู้สึกได้ถึงความยอดเยี่ยมจากสมรรถนะของ All New CR-V Generation 5 ตั้งแต่เริ่มกดคันเร่งที่มีการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ดีตั้งแต่รอบต่ำ โดยสามารถรับรู้ได้ถึงแรงบิดที่มีออกมาให้ใช้อย่างต่อเนื่องทันใจแม้จะเป็นเกียร์ในตำแหน่ง D ก็ตาม แถมยังส่งกำลังได้อย่างนุ่มนวลด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด แต่ถ้าอยากเพิ่มความมันส์ขึ้นอีกนิดให้กดปุ่ม D ซ้ำลงไปอีกทีก็จะเป็นโหมด S – Sport (ลืมบอกไปว่า All New CR-V วิวัฒนาการจากคันเกียร์กลายเป็นเกียร์แบบปุ่มกดทุกตำแหน่ง) ซึ่งช่วยเพิ่มความมันส์ในการลากรอบเครื่องยนต์เพิ่มได้อีกราวๆ 15% และเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วย Paddle Shift หลังพวงมาลัย โดยในการเปลี่ยนเกียร์นั้น All New CR-V จะป้องกันระบบเกียร์เสียหายโดยไม่ให้ลากจนรอบตัด แต่จะจัดการเปลี่ยนเกียร์ให้เองในช่วงก่อนถึงเรดไลน์ ในขณะที่การเปลี่ยนเกียร์ลงนั้นก็จะไม่ยอมเปลี่ยนให้เช่นกันหากความเร็ว และรอบเครื่องยนต์ไม่อยู่ในช่วงที่เหมาะสม

อีกหนึ่งจุดที่ผมชื่นชอบก็คือ อรรถรสในการขับขี่ ทั้งจากน้ำหนักพวงมาลัยที่มีการปรับเซ็ทใหม่ พร้อมด้วยระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist – AHA) และระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (Motion-Adaptive Electric Power Steering – MA – EPS) ซึ่งโดยเฉพาะในความเร็วสูงนั้นมีการหน่วงให้อยู่ในระดับที่มั่นใจได้ดีกว่าในเจนเนอเรชั่นที่ผ่านมามาก ในขณะที่ระบบช่วงล่างนั้นก็มีการออกแบบ และพัฒนาในด้านหลังใหม่เรียกว่า E – Type Multi – Link ซึ่งเพิ่มความมั่นใจได้มาก  แม้จะเป็นรถที่มี CG ในสไตล์ของรถอเนกประสงค์  และต้องวิ่งบนสนามแข่งที่มีทั้งโค้งแคบ และโค้งกว้างต้องพบเจอมากมาย แต่ All New CR-V ก็ยังคงเกาะแน่นหนึบ และให้การทรงตัวที่ดีเยี่ยมในระดับที่สามารถเล่นสนุกกับการเติมคันเร่ง หรือใช้ความเร็วในโค้งได้อย่างสบายๆ ทีเดียว ซึ่งความมั่นใจนี้แน่นอนว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากระบบพวงมาลัย และระบบช่วงล่างเท่านั้น  หากแต่ยังรวมถึงการขับเคลื่อนแบบ AWD E-DPS ที่ชาญฉลาดด้วยการแปรผันการกระจายแรงบิดสู่ล้อได้แบบ Real – Time ซึ่งเพิ่มความแม่นยำของการปรับแรงบิดทั้งล้อหน้า และล้อหลังได้อย่างสมดุล  ทำให้ All New CR-V เป็นยนตรกรรมอเนกประสงค์ขับสนุกแบบที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

จนทำให้ผมเกิดความคิดบ้าๆ ว่า จะไม่ยอมเข้าพิทเปลี่ยนคนขับตามกฏกติกามารยาท … แต่ด้วยความเกรงใจประชาชนสื่อมวลชนที่กำลังใจจดใจจ่อรอสัมผัสสมรรถนะของ All New CR-V บ้าง ทำให้ผมล้มเลิกความคิด แล้วตรงดิ่งเข้าพิทเปลี่ยนคนขับ พร้อมกับรอยยิ้มมุมมปากเล็กๆ เพื่อบ่งบอกว่าผมออกไปเจอความยอดเยี่ยมของ All New CR-V Generation 5 บนสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตเข้าเต็มๆ ในระหว่างจำนวน 12 โค้งของสนามที่มีความยาว 4.554 กม. แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว …

ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |


คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)