TAC ชูแผนกระตุ้นตลาด LUKมั่นใจยอดขายปี2008 โตตามเป้า ชี้…เข้าถึงอย่างมีคุณภาพ-เปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือก..มั่นใจเติบโตยั่งยืน

          นายวศิน รัชตังกูร   ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ LUK บริษัท ที อาร์ ดับบลิว เอเชียติ๊ก จำกัด เปิดเผยว่า  ผลิตภัณฑ์ LUK ที่ทางบริษัทนำมาทำตลาดป็นระบบคลัทช์สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้ในรถยุโรป  ซึ่งเริ่มทำตลาดในประเทศไทยในปี 2550  และเริ่มทำตลาดอย่างจริงจังในปีนี้   ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผลิตภัณฑ์ LUK มีจำหน่ายอยู่แล้วในเมืองไทยนานหลายปี  ก่อนที่ TAC จะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ   ภายหลังการแต่งตั้ง TAC วางนโยบายตลาด  การขายควบคู่ไปกับการพรีเซนต์ชื่อเสียงของแบรนด์ LUK โดยมุ่งหวังให้ผลิตภัณฑ์ LUK มีแบรนด์แวลลูอย่างแท้จริง  พร้อมความยั่งยืนทางการตลาดที่สัมผัสได้   โดย TAC วางใจที่จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ LUK ไปยังตัวแทนจำหน่ายหลักของบริษัทจำนวน 21 ราย   เพื่อให้ตัวแทนดังกล่าวเป็นผู้กระจายสินค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพอีกทอดหนึ่ง  
 
          ” เนื่องจาก LUK เป็นคลัทช์สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยถือกำเนิดเป็นครั้งแรกในปี 2508 หรือกว่า 43 ปีมาแล้ว   จึงเป็นที่แน่นอนว่าตัวแทนจำหน่าย  อู่ซ่อมรถและลูกค้าที่ใช้รถส่วนใหญ่รู้จัก LUK อยู่แล้ว  แต่ปัญหาสำคัญคือจะทำอย่างไรให้ผลิตภัณฑ์ LUK   ถูกส่งต่อไปยังลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  เป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเจาะจงเลือกใช้เมื่อระบบคลัทช์มีปัญหาหรือต้องการเปลี่ยน   โดยสามารถบอกแทนช่างได้  นั้นคือเป้าหมายที่สำคัญที่สุด ”  นายวศินกล่าวและว่า  นโยบายการทำตลาดที่ TAC ดำเนินการยังตัวแทนจำหน่ายทั้ง 21 ราย  แบ่งออกเป็น 2 ส่วน   ส่วนแรกคือเน้นการประสานงานระหว่างตัวแทนจำหน่ายกับ TAC เช่นการวางแผนการสต็อกผลิตภัณฑ์ล่วงหน้า  เพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้ได้ทันที ฯลฯ    ส่วนที่ 2 คือการเสริมสร้างความรู้ต่างๆด้านผลิตภัณฑ์ และเทคนิคเกี่ยวกับคลัทช์  ความคืบหน้าของผลิตภัณฑ์ทั้งในส่วนของข่าวความเคลื่อนไหวใหม่ ๆ    การตอบรับจากผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก ฯลฯ ให้กับตัวแทนจำหน่ายซึ่งจะทำให้ตัวแทนได้ทราบถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้นและสามารถพรีเซนต์ไปยังลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ   โดยในปีนี้ TAC ยังไม่มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่าย เพราะเชื่อว่าตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่สามารถที่จะรองรับและกระจายผลิตภัณฑ์ได้ครอบคลุมอยู่ เพราะคาดว่าจะสามารถเป็นผู้นำตลาดคลัทช์รถยุโรปได้ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้านี้   ทั้งนี้ประมาณว่ามูลค่าทางการตลาดของผลิตภัณฑ์คลัทซ์ในประเทศไทยจะมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตไม่สูงมากนัก ( เนื่องจากปริมาณรถยุโรปที่ใช้เกียร์ธรรมดาน้อยกว่าเกียร์อัตโนมัติ ซึ่งต้องใช้อะไหล่ประเภทคลัทช์มีน้อยกว่าการใช้รถเกียร์อัตโนมัติ  )

 


ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |


คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)