Test Drive BMW 3 Series และ X5 โฉมใหม่ ขับดี ขับมัน จริงๆ

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย พาสื่อมวลชนเปิดประสบการณ์การขับขี่ BMW 320d Sport , 330i M Sport และBMW  X5 xDrive30d M Sport ให้ได้สัมผัสสมรรถนะการขับขี่ทั้งบนเส้นออนโรด ออฟโรด ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ 

BMW 320d Sport ใหม่ ราคาจำหน่าย: 2,959,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

 

BMW 330i M Sport ใหม่ ราคาจำหน่าย: 3,359,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

 

BMW ซีรี่ส์ 3 ใหม่ มาในดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวสะดุดตา มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ด้วยเส้นสายที่คมชัด ด้านหน้าของตัวรถมาในรูปลักษณ์ที่ดุดันยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้นในกรอบที่เชื่อมกับไฟหน้าคู่ LED ทรงเรียวยาวดีไซน์ใหม่ รับกับช่องดักอากาศรูปทรง T เพิ่ม ความโดดเด่นให้แก่ด้านหน้าของรถ

ด้านข้างของตัวรถโดดเด่นด้วยกรอบหน้าต่างดีไซน์แบบ Hofmeister Kink อันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูที่ได้รับการออกแบบให้เป็นหนึ่งเดียวกับเสา C-pillar มอบมิติ ไร้ขอบหรูหรายิ่งขึ้น พร้อมด้วยไฟท้ายดีไซน์ใหม่เรียวยิ่งขึ้นในรูปทรง L แนวนอนสีหม่นแบบสามมิติ และ ท่อไอเสียแบบคู่

การออกแบบโครงสร้างและเทคโนโลยีแชสซีใหม่ล่าสุดใน BMW ซีรี่ส์ 3 มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ และการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 นอกจากนี้ ตัวรถยังมีน้ำหนักที่ เบาลงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 55 กิโลกรัม จากการใช้วัสดุอลูมิเนียมในชิ้นส่วนและโครงสร้างต่าง ๆ

 

 

เช่น กระโปรงและกันชนหน้า ส่วนการออกแบบด้านอากาศพลศาสตร์ใน BMW ซีรี่ส์ 3 ใหม่ช่วยเสริมสมรรถนะ การขับขี่ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำถึง 0.26 ลดลง 0.03 จากรุ่นก่อนหน้า

ทั้งจากระบบ Active Air Flap แผ่นปิดด้านในกระจังหน้าไตคู่เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด และการจัดระเบียบทิศทางการไหลของอากาศ ผ่าน Air Curtains ที่ช่วยลดแรงเสียดทานอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มิติของตัวรถ มีความกว้างเพิ่มขึ้น 16 มิลลิเมตร ยาวขึ้น 76 มิลลิเมตร ฐานล้อมีขนาด 2,851 มิลลิเมตร กว้างขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 41 มิลลิเมตร ทำให้บริเวณห้องโดยสารด้านหลังมีพื้นที่กว้างขวาสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

BMW ซีรี่ส์ 3 ใหม่ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนล่าสุด มอบพละกำลัง สูงสุด 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาทีจากเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ใน BMW 320d Sport

 

 

 

สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ส่งกำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้าที่ 5,000 – 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,550 – 4,400 รอบต่อนาที เร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.8 วินาที

 

 

และมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยทั้งสองรุ่นรองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกทั้งในโหมด COMFORT, SPORT และ ECO PRO

สำหรับ BMW 320d Sport ใหม่ มาพร้อมล้ออัลลอย 18 นิ้วลาย V Spoke และชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line ด้วยขอบหน้าต่าง ขอบช่องดักอากาศ และซี่บริเวณกระจังหน้าไตคู่สีดำเงาเช่นเดียวกับภายใน ซึ่งตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมลาย Mesheffect พร้อมพวงมาลัยและที่นั่งด้านหน้าแบบสปอร์ต

ส่วน BMW 330i M Sport โดดเด่นด้วยชุดแต่ง M Sport ที่ช่วยเสริมทั้งรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวและสมรรถนะปราดเปรียว ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วงล่าง ชุดเบรก และชุดแอโรไดนามิคส์ แบบ M Sport ล้ออัลลอย M ขนาด 18 นิ้วลาย Double Spoke และพวงมาลัยหนังแท้ M ภายในตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียม Tetragon

ส่วนห้องโดยสารได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่ ที่มาพร้อมแผงหน้าปัดและจอ Control Display ในดีไซน์ใหม่ พื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังที่กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมถึงพื้นที่จุสัมภาระถึง 480 ลิตร เบาะนั่งสามารถพับได้แบบ 40:20:40 หรูหราด้วยไฟ ambient light และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 ตอน

 

 

นอกจากระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ที่ติดตั้งมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 ในบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport และทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียวกับระบบ BMW Live Cockpit Professional แล้ว BMW ซีรี่ส์ 3 ใหม่ ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (Parking Assistant) ใน BMW 330i M Sport

ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (Park Distance Control) และใน BMW 320d Sport ที่มาพร้อมระบบ BMW Live Cockpit Plus รวมถึงระบบการเชื่อมต่อ BMW ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด

และระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายสำหรับ ฟังก์ชั่น Reversing Assistant ใน BMW 330i M Sport ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขับขี่ขณะถอยจอดหรือถอยออกจากที่แคบอัตโนมัติ

โดยฟังก์ชั่น Reversing Assistant นี้ เป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ Parking Assistant ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถถอยออกจากบริเวณที่มีพื้นที่แคบ เช่น อาคารจอดรถ ทางเลี้ยวเข้า หรือทางตัน ได้อย่างง่ายดายแม้จะมีมุมมองที่จำกัด ซึ่งฟังก์ชั่นดังกล่าวจะจดจำองศาการเลี้ยวของพวงมาลัยขณะขับเข้าไปยังพื้นที่แคบได้เป็นระยะทางไกลสูงสุด 50 เมตร

ขณะขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเริ่มใช้งานโดยกดปุ่ม Reversing Assistant ขณะจอดนิ่งที่เกียร์ P หลังจากนั้น รถยนต์จะถอยหลังอัตโนมัติตามเส้นทางที่ขับเข้าไปล่าสุด ผู้ขับขี่จะมีหน้าที่เพียงแค่แตะเบรกหรือคันเร่ง

โดยความเร็วในการถอยอัตโนมัติจะอยู่ที่ความเร็วสูงสุด 9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งระบบจะสามารถจดจำองศาการเลี้ยวภายในระยะ 50 เมตรสุดท้ายไว้ได้เป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถแม้กระทั่งถอยออกจากที่จอดรถได้แม้จะจอดทิ้งไว้ข้ามคืนหรือเป็นระยะเวลาหลายวัน

BMW X5 xDrive30d M Sport ราคาจำหน่าย: 5,699,000 (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

 

BMW X5 ใหม่ ยังคงรูปลักษณ์อันเฉพาะตัวของ Sports Activity Vehicle แต่มาในดีไซน์ใหม่ที่เรียบหรูยิ่งขึ้น ด้วยพื้นผิวตัวถังที่ราบเรียบ ตัดกับเส้นสายที่เฉียบคมและดุดัน เพิ่มลุคสง่างามให้แก่ BMW  X5

และนอกจากนี้ ตัวรถยังมีขนาดใหญ่ขึ้น ยาว 4,922 มิลลิเมตร กว้าง 2,004 มิลลิเมตร และสูง 1,745 มิลลิเมตร ให้ความรู้สึกโปร่งสบายแก่ผู้โดยสาร พร้อมปริมาตรในการบรรจุของ 650-1,870 ลิตร

BMW ใหม่ ปราดเปรียวยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics เสริมลุคสปอร์ตด้วยขอบหน้าต่างและราวหลังคาสีดำเงา กระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีผิวอลูมิเนียมแบบด้าน พร้อมให้ความรู้สึกทรงพลังด้วยชุดเบรกและช่วงล่างแบบ M Sport และล้ออัลลอย M ขนาด 22 นิ้ว ลาย Double-spoke

เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic ทำงานคู่กับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ขับเคลื่อนบีเอ็มดับเบิลยู X5 ใหม่ด้วยกำลังสูงสุด 195 กิโลวัตต์ / 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที

 

 

และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตรที่ 2,000-2,500 รอบต่อนาที ส่งพลังให้เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW X5 ยังคล่องตัวด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อบีเอ็มดับเบิลยู xDrive เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนากำลังขับเคลื่อนและควบคุมการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยการถ่ายแรงขับเคลื่อนอย่างนุ่มนวลระหว่างล้อหลังทั้งสองข้างบนเส้นทางออนโรดและออฟโรด

BMW X5 ใหม่ ยังมาพร้อมช่วงล่างแบบ Adaptive M ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (Dynamic Traction Control) ระบบ Driving Experience Control สำหรับเลือกรูปแบบการขับขี่พร้อมโหมด ECO PRO และระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (Dynamic Stability Control) เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่บนเส้นทางออฟโรด พร้อมมอบความสปอร์ตคล่องตัวและความสะดวกสบายได้ตลอดเส้นทาง

ภายในห้องโดยสารของ BMW X5 ใหม่ มอบความรู้สึกหรูหราและมีระดับ ด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม ดีไซน์ที่ลงตัว และระบบการควบคุมที่ล้ำสมัย แผงหน้าปัดดิจิทัลและจอ Control Display ได้รับการออกแบบทั้งกราฟฟิคและดีไซน์มาให้สอดรับกัน พร้อมด้วยเบาะนั่งหนังแท้ Vernasca และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ M Sport ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่โดดเด่นของ BMW X5 ใหม่ ยังมีหลังคากระจกแบบ Panorama ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นเก่า 30%

นอกจากความสะดวกสบายและความเหนือระดับยิ่งขึ้นแล้ว BMW X5 ใหม่ยังสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย เบาะหลังพับได้แบบ 40 : 20 : 40 รองรับปริมาตรการบรรจุของตั้งแต่ 650 ลิตรถึง 1,870 ลิตร พร้อมประตูท้ายที่สามารถแยกเปิดสองส่วนเพื่อให้สะดวกต่อการขนย้ายสัมภาระ ซึ่งสามารถเปิดปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า

ใน BMW X5 ใหม่ ก็มีฟังก์ชั่น Reversing Assistant เช่นเดียวกับ BMW 330i M Sport ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขับขี่ขณะถอยจอดหรือถอยออกจากที่แคบอัตโนมัติ มาพร้อมกับกล้องมองรอบทิศทาง Surround View Camera รวมทั้งวิวด้านบน วิวพาโนรามิค และรีโมท 3D วิว

 

 

ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อเพื่อดูภาพของรถที่จอดทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้ ผ่านระบบ BMW ConnectedDrive นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบ Driving Experience Control เลือกรูปแบบการขับขี่พร้อม ECO PRO ที่ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในบีเอ็มดับเบิลยู X5 ใหม่

อีกหนึ่งความพิเศษของ Sports Activity Vehicle รุ่นนี้ คือระบบ BMW Live Cockpit Professional ที่โดดเด่นด้วยจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อที่ครบครัน ส่วน BMW Head-Up Display เจเนอเรชั่นล่าสุด ขนาด 7×3.5 นิ้ว สามารถแสดงภาพกราฟฟิคสามมิติได้

ขณะที่ระบบควบคุมผ่าน iDrive, BMW Gesture Control และจอ Control Display ระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว ก็ยังเป็นทางเลือกเพื่อมอบที่สุดแห่งความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่

นอกจากนี้ BMW X5 xDrive30d M Sport ใหม่ ยังมาพร้อม BMW ConnectedDrive มอบบริการการเชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัดระหว่างยานยนต์และผู้ขับขี่ ยกระดับสุนทรียภาพในการขับขี่ ด้วยระบบผู้ช่วยส่วนตัว BMW Intelligent Personal Assistant ที่พร้อมทำงาน เพียงแค่ทักด้วยประโยค “Hey BMW”

ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ใหม่และอีกหนึ่งก้าวสำคัญในโลกยานยนต์ เมื่อผู้ขับขี่สามารถควบคุม และใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ในรถยนต์ได้อย่างครบวงจรมากขึ้น เพียงแค่สั่งงานด้วยเสียง

ลองขับจริง On Track BMW 330i M Sport ขับดี เร้าใจ จนต้องร้อง

สำหรับการทดสอบ BMW ซีรี่ส์ 3 และ BMW X5 ในครั้งนี้ จะแบ่งการทดสอบสมรรถนะการขับขี่ในด้านต่าง ๆ ใน 3 ด่านทดสอบ ตั้งแต่การทดสอบความเร็วจากขุมพลังของเครื่องยนต์กันในสนาม การทดสอบความคล่องตัวและความปราดเปรียวในการขับขี่แบบ Gymkhana

พร้อมการทดสอบฟังก์ชั่น Reversing Assistant ใน BMW  330i M Sport และการทดสอบการขับขี่บนถนนจริง ให้ได้สัมผัสถึงการใช้งานรถยนต์ทั้งสองรุ่นในชีวิตประจำวัน โดยใน BMW X5 จะได้ลองสมรรถนะของระบบช่วงล่างแบบ Adaptive M และระบบการขับเคลื่อนต่าง ๆ บนเส้นทางแบบออฟโรด ทั้งทางลูกรัง พื้นหญ้า และเนินดิน

ในการทดสอบมีทั้ง BMW 320d Sport เครื่องยนต์ทวินพาวเวอร์เทอร์โบดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบ 190 แรงม้า และ BMW 330i M Sport เครื่องยนต์ทวินพาวเวอร์เทอร์โบเบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ 258 แรงม้าให้สลับกันทดสอบอย่างครบถ้วน รวมไปถึง BMW X5 xDrive30d M Sport ด้วย

 

เริ่มกันที่ BMW 330i M Sport ในสนามทดสอบ จัดเต็มเรียกอารมณ์ด้วย โหมด Sport Plus ที่เร้าใจด้วยเสียงของเครื่องยนต์ เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ 258 แรงม้า ที่เปลี่ยนเสียงเป็นแผดกังวาน กับอัตราเร่งที่รุนแรงแบบที่ว่ากดเป็นมา

 

 

มีการควบคุมของจังหว่ะในโค้งที่ขอบอกว่า “คมกริบ” ม้วนท้ายตามโค้งได้อย่างมั่นใจไร้ซึ่งอาการที่ต้องมาแก้ ทำให้ได้ถึงอารมณ์แบบสปอร์ตที่ทำให้แทบลืมว่ากำลังขับรถบ้านซีดาน 4 ประตูอยู่

ส่วน BMW 320d Sport แม้เสียงของ เครื่องยนต์ทวินพาวเวอร์เทอร์โบดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบ 190 แรงม้า จะไม่เร้าใจเท่า BMW 330i M Sport แต่กับแรงบิดสูงสุดที่ 400Nm ที่ทำให้จังหวะออกตัว หรือเร่งแซงมีความก็ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

 

ความนุ่มนวลของระบบช่วงล่างมีมากกว่า 330i M Sport แต่ก็ไม่ทิ้งการควบคุมที่ยังคุมง่ายตามนิสัยของ BMW ที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน

สุดท้ายในส่วนของ On Track ก็จะมีการทดสอบแบบการแข่งขัน Gymkhana ด้วย BMW 330i M Sport เพื่อจับเวลาแข่งกัน แต่เพิ่มการใช้ระบบ Reversing Assistant ในตอนท้ายก่อนเข้าเส้นชัย

 

 

ต่อเนื่องไปที่ BMW X5 xDrive30d M Sport อัตราเร่งของ เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo 265 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ก็สามารถพาเรือนร่างอันใหญ่ยักษ์ พุ่งทะยานไปได้อย่างง่ายดาย การควบคุมในโค้ง แม้จะมีเรือนร่างที่ใหญ่ การควบคุมในโค้งต่างๆก็ทำได้อย่างง่ายดาย สามารถไล่กวดตาม เหล่าบรรดา ซีรี่ส์ 3 ได้อย่างสบาย

On Road

เริ่มด้วยการกระโดดขึ้นขับใน BMW 330i M Sport กับการขับแบบ On road บนท้องถนนดำทั่วไป เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดยนตกรรมที่ไร้ที่ติ กันเลยทีเดียวซึ่ง BMW 330i M Sport น่าจะเป็นรถที่ผู้ขับต้องการใช้ “สกิล” ที่มีจิตวิญญาณนักแข่งในการขับขี่ได้อย่างไม่มีเบื่อ

 

 

ทั้งอัตราเร่งที่แสนโหด เคียงคู่กับเสียงท่อที่ดุดัน และ การบังคับควบคุมที่สั่งได้ ในโหมด Sport Plus ที่ทะยานไปข้างหน้าในแบบที่ต้องลืมเรื่องความเร็วสูงกันไปเลย ส่วนโหมด COMFORT ให้ช่วงล่างให้ความนุ่มนวลขึ้น เสียงแผดดุดันและความกระฉับกระเฉงลดลง เพียงแค่นั้นเอง

ต่อกันด้วยตัว BMW 320d Sport จากที่ได้ลองทั้งในโหมด COMFORT และ SPORT ในเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร Twin-Power Turbo ให้กำลัง 190 แรงม้า มีแรงบิด400 นิวตันเมตรมาใช้ใช้ได้เหลือเฝือ ผ่านเกียร์ Steptronic 8 Speed ที่สุดฉลาด ซึ่ง BMW 320d Sport นี้มันช่างเหมาะผู้ที่ชอบความเรียบง่ายแบบนิ่มนวลเสียนี่จริงๆ

 

OFF ROAD WITH BMW X5 xDrive30d M Sport

การเดินทางไปยังเส้นทางออฟโรดที่อยู่ไม่ไกลจากสนามทดสอบเท่าไหร่นัก ความคล่องตัวที่ผสานกับ อัตราเร่งของเครื่องดีเซล 6 สูบ 3.0 ลิตร Twin-Power Turbo 265 แรงม้า และแรงบิด 620 นิวตันเมตร ก็ทำได้ดีจนต้องเตือนสติว่ากำลังขับรถขับใหญ่อยู่นะ

ช่วงล่างในโหมด Adaptive แปรผันตามสภาพถนนและการขับขี่ได้ดี ในทางออฟโรดแม้จะไม่ได้เป็นทางที่โหดแต่ก็เป็นทางที่ยังต้องพึ่งระบบการขับเคลื่อน อยู่เหมือนกัน โดย BMW X5 xDrive30d M Sport ก็ส่งกำลังได้ต่อเนื่อง นุ่มนวล เรียกได้ว่า ตอบโจทย์ทั้งในทาง ออนโรด และ ออฟโรด ได้อย่างครบครับใน BMW X5 xDrive30d M Sport

บทสรุปการทดสอบ

BMW 320d Sport และ BMW 330i M Sport ใหม่ รวมถึง BMW X5 xDrive30d M Sport สามารถสร้างความประทับใจได้ดีเกินคาด ทั้งเรื่องการดีไซน์ของทรวดทรงตัวรถ ฟีเจอร์ใหม่ๆที่ใส่เข้าไป รวมไปถึงการขับขี่ที่จัดว่าดีเยี่ยมจริง ๆ

 


ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |


คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)