Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เอชอาร์) ยนตรกรรม Sub-Compact SUV กับ 5 ข้อเด่น … ที่ไม่ใช่แค่การเป็น “ของใหม่”

Toyota C-HR, โตโยต้า ซี-เอชอาร์, Sub-Compact SUV

คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสความต้องการของผู้บริโภค ณ ปัจจุบันได้กลายเป็น “กรอบ” ให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ พยายาม “ปล่อย” ของใหม่สู่ตลาด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของ “รถอเนกประสงค์” พิกัดเล็ก หรือ Sub-Compact SUV ที่เป็น “กระแสแรง” ไม่น้อยไปกว่ารถในพิกัดใหญ่ และหนึ่งในโมเดลสำคัญที่ทำให้ตลาดรถกลุ่มนี้ “ร้อนแรง” เป็นทวีคูณ ก็คงเป็นรุ่นอื่นไปไม่ได้ นอกจาก Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เอชอาร์) น้องใหม่ล่าสุด ที่พกคุณสมบัติ “เหนือกว่า” จนบอกได้เลยว่า “น่าเป็นเจ้าของ” สุดๆ ณ เวลานี้

Toyota C-HR, โตโยต้า ซี-เอชอาร์, Sub-Compact SUV

พัฒนาสู่คอนเซ็ปต์ Coupe High Rider ที่มาแห่งชื่อ Toyota C-HR

ถ้าจะให้พูดตามตรง รถอเนกประสงค์พิกัดเล็ก หรือ Sub-Compact SUV ในตลาดเมืองไทย ณ เวลานี้ ถ้าจับมาจอดเรียงกัน ก็คงต้องยกเรื่องของความ “โดดเด่น สะดุดตา” ให้กับ Toyota C-HR อย่างเลี่ยงไม่ได้ และที่มากไปกว่านั้น ก็คือ เส้นสายคมๆ ของ C-HR ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของเพชร

ซึ่งต่างจากที่เราเคยรู้จักนับแต่อดีตมาโดยสิ้นเชิง ราวกับจะเป็นนัยยะสำคัญ ซึ่งอาจจะเป็นการพยายามสื่อถึงการกำหนดทิศทางงานดีไซน์ยนตรกรรมใหม่ๆ ในอนาคตนับจากนี้ไปก็ว่าได้

Toyota C-HR, โตโยต้า ซี-เอชอาร์, Sub-Compact SUV

TNGA Platform หนึ่งในตัวละครหลัก เพื่อยกระดับสมรรถนะ

Toyota C-HR ถือกำเนิดด้วยแนวคิด ที่จะพัฒนายนตรกรรมให้ดียิ่งขึ้น (Ever-better Cars) เพราะฉะนั้น “สารพัดของใหม่” จึงถูกลำเลียงลงมาใส่แบบเต็มพิกัด เริ่มต้นจากโครงสร้างตัวถัง TNGA (Toyota Global New Architecture) ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มที่ใช้ร่วมกันทั้งแบรนด์ Toyota และ Lexus

โดยมีจุดเด่นหลักๆ ก็คือ ความแข็งแกร่ง (Body Rigidity) ที่มีมากขึ้น ตามด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่มีความต่ำลง (Low Center of Gravity) ซึ่งช่วยให้เกิดการโคลงที่น้อย ยกระดับประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง ตลอดจนเรื่องของการยึดเกาะถนน (Stability) ที่ดีขึ้นด้วยชุดช่วงล่างด้านหลังที่เป็นแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension)

ตลอดจนส่วนของความคล่องตัวที่เกิดขึ้นในทุกจังหวะการขับขี่ (Agility) อันเป็นผลมาจากงานออกแบบที่เอื้ออำนวยให้ตำแหน่งของผู้ขับขี่มีทัศนวิสัยที่ดีขึ้น (Visibility) ซึ่งทั้งหมด คือ ส่งที่ทำให้ C-HR มีบุคคลิกการขับขี่ที่โดดเด่น ชนิดที่เรียกว่าสาวกจากค่าย Toyota เองก็อาจคาดไม่ถึง

Toyota C-HR, โตโยต้า ซี-เอชอาร์, Sub-Compact SUV

 

T-Connect Telematics ฟังค์ชั่น ที่ช่วยให้ Live Alive ได้ง่ายขึ้น

โตโยต้า ซี-เอชอาร์ เทคโนโลยีอัจฉริยะ Toyota T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อรถ และผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว คือ ฟังค์ชั่นใหม่ล่าสุดที่ถูกติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถ Toyota C-HR และยนตรกรรมรุ่นใหม่อีกหลายๆ รุ่น ซึ่งมีหลักการทำงานง่ายด้วยการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Smartphone, Apple Watch เข้ากับหน้าจอวิทยุผ่าน Wi-fi Box

โดยจะมีแอพพลิเคชั่นที่โดดเด่น ในเรื่องของความพร้อม และความชำนาญของศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) ด้วย 3 ฟังค์ชั่นหลักๆ เช่น ความสะดวกสบาย ด้วยบริการแจ้งเตือนข้อมูลข่าวสาร และสิทธิพิเศษ ประกอบด้วย บริการ Wi-fi ในรถยนต์ (My TOYOTA Wi-fi), ระบบแจ้งเตือนการบำรุงรักษารถยนต์ (Service Reminder), ระบบการนัดหมายเพื่อนำรถเข้าบริการ (Service Appointment) ผ่านระบบออนไลน์ จากศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) ของผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ, บริการ My Message เพื่อแจ้งข่าวสาร ข้อมูลส่วนลด พร้อมสิทธิพิเศษจากโครงการ Toyota Privilege

Toyota C-HR, โตโยต้า ซี-เอชอาร์, Sub-Compact SUV

ฟังค์ชั่นต่อมา คือ เรื่องของความปลอดภัยในทรัพย์สินที่มากขึ้น จากระบบค้นหาตำแหน่งรถยนต์ (Find My Car), ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์กรณีถูกโจรกรรม (Stolen Vehicle Tracking) พร้อมผู้ช่วยส่วนตัว ผ่านการประสานงานความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบการแจ้งเตือนขณะจอดรถ (Parking Alert) ที่แจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ และ Apple Watch เมื่อเกิดความปกติ เช่น รถถูกสตาร์ท หรือเคลื่อนที่จากจุดจอด

และสุดท้ายกับบริการผู้ช่วยส่วนตัวตลอด 24 ชม. (Operator Service : OPS) ที่ช่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำสถานที่ในแบบที่คุณต้องการ ตลอดจนบริการจองร้านอาหารสุดโปรด รวมไปถึง บริการประสานงานความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. (SOS Emergency Service), บริการประสานงานไปยังผู้แทนจำหน่ายใกล้เคียง (Roadside Service) เพื่อขอรับความช่วยเหลือ ตลอดจนบริการประสานงานแจ้งเหตุฉุกเฉินด้านการแพทย์ (Health) ด้วยการส่งตำแหน่งที่คุณอยู่ไปยังสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ซึ่งมีเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ

Toyota C-HR, โตโยต้า ซี-เอชอาร์, Sub-Compact SUV

2 สไตล์แห่งสมรรถนะ ชูจุดเด่นผู้นำนวัตกรรม Hybrid

โตโยต้า ซี-เอชอาร์ เวอร์ชั่นจำหน่ายในประเทศไทยมากับ 2 สไตล์สมรรถนะ ซึ่งเริ่มต้นด้วย 2 รุ่นย่อยพื้นฐาน คือ  1.8 Entry และ 1.8 MID ขุมพลังเบนซิน 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE แบบ 4 สูบ โดยมีพละกำลังให้ใช้ 140 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนอีก 2 รุ่นย่อย คือ HV Mid และ HV Hi ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Hybrid จากเครื่องยนต์รหัส 2ZR-FXE แบบ 4 สูบ พร้อมระบบ Dual VVT-i ที่พกพาเรี่ยวแรงมาให้ใช้ 98 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิด 142 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที ตามด้วยการผสานกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มอบกำลังมาให้อีก 53 กิโลวัตต์ และแรงบิด 163 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Toyota C-HR, โตโยต้า ซี-เอชอาร์, Sub-Compact SUV

และไฮไลต์ของ 2 รุ่นย่อย HV Mid และ HV Hi ก็คือ ระบบไฮบริดที่ได้รับการพัฒนาสู่เจนเนอเรชั่นใหม่ (New Generation of Hybrid) จนได้คุณสมบัติของของแบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กลง แต่สามารถกักเก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้นรวมถึงมีความทนทาน และระบายความร้อนได้ดีขึ้น รวมไปถึงการช่วยให้เกิดอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากชึ้นด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ 24.4 กม/ลิตร

ซึ่งด้วยเหตุผลทั้งหมด คือ สิ่งที่สามารถสร้างความไว้วางใจได้ในเรื่องประสิทธิภาพของ เครื่องยนต์ Hybrid จากแบรนด์ Toyota ที่ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง นับตั้งแต่เจนเนอเรชั่นแรก จนมาถึงเจนเนอเรชั่นล่าสุดที่ติดตั้งให้กับรถ Toyota C-HR

Toyota C-HR, โตโยต้า ซี-เอชอาร์, Sub-Compact SUV

รุ่นแรก และรุ่นเดียวในไทย ที่ได้ตราประทับ ASEAN NCAP แบบ 5 ดาว

หัวข้อสุดท้าย คือ เรื่องของความปลอดภัย ซึ่ง Toyota C-HR มาพร้อมความภูมิใจในฐานะรถ Sub-Compact SUV รุ่นแรก และรุ่นเดียวของไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก ASEAN NCAP การทดสอบการชนรถใหม่ในอาเซียน

โดยส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ C-HR คว้ามาตรฐานนี้ไปครอง ก็เพราะอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานที่ผ่านการพัฒนา และติดตั้งมาให้อย่าง “ครบเครื่อง”  เช่น ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (ถุงลมนิรภัยคู่หน้า  ถุงลมนิรภัยด้านข้าง  ม่านถุงลม และถุงลมนิรภัยตำแหน่งหัวเข่าด้านคนขับ) ทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยคู่หน้า พร้อมระบบกลไกดึงกลับ และผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ (Retractor Pre-tensioner & Load Limiter for Driver and Passenger)

ตามมาด้วยตัวช่วยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบแจ้งเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า (Seatbelt reminder for front passenger), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System – ABS) พร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking – AEB), ระบบควบคุมการทรงตัว (Electronic Stability Control – ESC) และระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor – BSM

Toyota C-HR, โตโยต้า ซี-เอชอาร์, Sub-Compact SUV

โดยรวมไปถึงระบบ Toyota Safety Sense เทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ มาตรฐานระดับโลก ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System), ระบบควบคุม และปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) และระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist)

Toyota C-HR, โตโยต้า ซี-เอชอาร์, Sub-Compact SUV

ราคารถใหม่ Toyota C-HR

รุ่น 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท

รุ่น 1.8 Mid ราคา 1,039,000 บาท

รุ่น HV Mid ราคา 1,069,000 บาท

รุ่น HV Hi ราคา 1,159,000 บาท


ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |


คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)