5 ข้อเสีย ไม่เปลี่ยน น้ำมันเครื่อง ตามกำหนด ระวังให้ดีอาจถึงกับพัง

สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐาน สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์อยู่เป็นประจำ นั่นก็คือ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง แม้จะเป็นเรื่องไม่ยาก แต่การเข้าไปรับบริการตามอู่ หรือศูนย์บริการ ดูจะมีความสะดวกกว่า เพียงแค่ว่า ต้องหมั่นใส่ใจในการมองระยะเลขไมล์สักนิด จะได้เปี่ยนถ่ายให้ตรงเวลา หรือในรถบางรุ่น จะมีเซนเซอร์คอยเตือนเมื่อครบกำหนด อันนี้ก็สะดวกดี แล้วทีนี้ถ้าหากเราเผลอเรอลืมไป ไม่เปลี่ยน น้ำมันเครื่อง ตามกำหนด จะเกิดอะไร และส่งผลเสียหายอะไรกับเราบ้าง

ระยะเวลาขอการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ขึ้นอยู่กับ เกรดของน้ำมันเครื่องที่เราใช้ เช่นน้ำมันเครื่องเกรดธรรมดา อาจจะกำหนดระยะการเปลี่ยนถ่ายไว้ที่ 3,000 – 5,000 กม. หรือน้ำมันเครื่องเกรดกึ่งสังเคราะห์ อาจจะกำหนดระยะเปลี่ยนถ่ายไว้ที่ราว 7,000 กม.หรือน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ อาจจะกำหนดระยะเปลี่ยนถ่ายไว้ที่ 10,000 กม.หรือมากกว่า ตามแต่ผู้ผลิตน้ำมันเครื่องจะเป็นผู้กำหนด

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่ผู้ที่ใช้รถยนต์ในเมืองอยู่เป็นประจำ ซึ่งมักเจอกับสภาวะรถติดอยู่บ่อยครั้ง หรือไม่ก็ผู้ที่ใช้รถเฉลี่ยต่อวันน้อย จอดมากกว่าขับ อย่างนี้แม้เลขไมล์จะยังไม่ถึงกำหนด แต่ก็ควรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกๆ 6 เดือน หรือ 2 ครั้งต่อปี

ว่าแต่กรณีแบบนี้ ผู้เขียนก็เคยเจอตรรกะแปลกๆ (ถึงแปลกประหลาดมาก) อยู่เหมือนกันนะ คือ มีคนที่เค้ามีความเชื่อว่า ใช้รถไปเถอะ ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเลย จนเครื่องพังลาโลก ซึ่งคนคนนี้เค้าประเมิณว่า น่าจะใช้ได้ประมาณ 1.5-2.0 แสนกม.จากนั้นให้วางเครื่อง ยกเครื่องใหม่ เพราะเค้าคิดว่าค่าใช้จ่ายเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง(ตลอดระยะ 2 แสนกม.) มันแพงกว่าอีตอนวางเครื่องใหม่…ใครอยากจะลองก็เชิญตามสบายนะครับ ผมคนนึงล่ะ ขอไม่เอาด้วย

5 ข้อเสียที่จะเกิด หาก ไม่เปลี่ยน น้ำมันเครื่อง ตามกำหนด

1. หนืด เหยียบไม่ทันใจ : ถ้าเมื่อไหร่ที่มีความรู้สึกว่า รถเร่งไม่ค่อยลื่น เหยียบคันเร่งแล้วตอบสนองไม่ทันอกทันใจ เหมือนกับเหยียบแล้ว ดูเครื่องมีภาระอันหนักหน่วงเพื่อให้ได้กำลังฉุดลากรถ ลองเปลี่ยนน้ำมันเครื่องดูครับ จะรู้สึกได้เลยว่าเครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพขึ้นชัดเจน เหมือนเวลาเราพูดมากๆ คอแห้ง ถ้าได้น้ำ ก็จะทำให้เราพูดต่อได้เรื่อยๆ

2. ชิ้นส่วนภายในสึกหรออย่างรวดเร็ว : ทุกครั้งที่เครื่องยนต์ทำงาน ชิ้นส่วนภายในที่เป็นโลหะจะมีการสึกหรอ แต่เพราะได้น้ำมันเครื่อง ซึ่งไปช่วยหล่อลื่น มิให้ชิ้นส่วนโลหะเสียดสีกันโดยตรง จึงทำให้เครื่องยนต์สึกหรอช้าลง (อย่างมาก) แต่ถ้าหากน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพการหล่อลื่นลดลงเมื่อไหร่ ผลเสียของชิ้นส่วนภายในซึ่งเรามองไม่เห็น จะตามมาอย่างแน่นอน

3. กินน้ำมัน เสียงดัง : เป็นผลมาจากการที่เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น เนื่องจากประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่องลดลงไปตามกาลเวลา อีกทั้งเสียงการทำงานยนต์ยังดังจนน่ารำคาญกว่าเดิมอีกด้วย

4. มลพิษมากขึ้น : เป็นผลมาจากการรับภาระอันหนักหน่วงขึ้นของเครื่องยนต์ เมื่อต้องเร่งเยอะขึ้น การปลดปล่อยมลพิษก็มีมากตามไปด้วย

5. จ่ายค่าซ่อมชุดใหญ่ : การปล่อยให้เลยกำหนดไปนานๆ เมื่อประสิทธิภาพในการหล่อลื่นลดลง การชำระล้างคราบลดลง ชิ้นส่วนภายในจะเกิดการสะสมคราบตะกรัน ยางเหนียว เกาะติดภายในเครื่อง หากเปิดฝาวาล์วออกมาดู (เครื่องยนต์ที่ไม่ค่อยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามกำหนด) จะพบคราบเหล่านี้เกาะอยู่ตามแคมชาฟท์ ซึ่งไม่ส่งผลดีแน่ๆ และถ้าเมื่อใดที่ต้องเปิดซ่อม ทำใจไว้เลยว่า “งานนี้จ่ายหนัก”

ถ้าไม่อยากให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นกับรถของเรา แม้จะไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์เสียเท่าไหร่ แต่ทางที่ดี ควรหมั่นจดจำ และเตือนตัวเอง หรือถ้าขี้หลงขี้ลืม การเข้าศูนย์บริการที่มีมาตรฐาน จะเป็นตัวที่คอยเตือนเราเมื่อถึงระยะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตามกำหนด แล้วคุณจะพบว่า การที่เติมความสดชื่นให้เครื่องยนต์อยู่เสมอ จะทำให้รถยนต์แสนรักอยู่กับเราไปนานแสนนาน


ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |


คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)