มีเงิน 7 แสนบาท และอยากจะแลกเป็น “รถ Pickup (กระบะ) รุ่น Cab” ซักคันให้ “คุ้มตังค์” จะเลือกรุ่นไหนดีลองพิจารณา 3 สเต็ปกันดู

งานนี้บอกตรงๆ เลยว่า “ตอบยาก” โดยเฉพาะในเรื่องส่วนบุคคล เพราะไม่รู้ว่าไลฟ์สไตล์ “ความชอบ” ของผู้บริโภคชาวไทยโอนเอียงไปทางไหน แต่อย่างหนึ่งที่รู้ได้ก็คือ ผู้ซื้อรถ Pickup ในงบประมาณ 7 แสนบาท น่าจะเน้นในเรื่องของการ “ใช้งาน” เป็นหลัก หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เอามันทุกอย่างน่ะแหละ เท่าที่ “รถ Pickup ใช้งาน” คันหนึ่งจะทำได้ เพราะงั้นเรา “ลอง” มาดูกันสิว่าในตลาดบ้านเรามีรุ่นไหนบ้างจะ “คุ้มค่า” กับการลงทุนด้วยเงิน 7 แสนบาท

สเต็ปแรก : ตั้งงบ Pickup 7 แสน ล็อคไว้ และเลือกรุ่นที่ใกล้เคียงที่สุด

อย่างที่บอกล่ะครับว่าถ้าจะให้ “ลาก” มาหมดทุกรุ่น จากทุกแบรนด์มากองรวมกันให้ดู งานนี้คงยาวเป็นซีรี่ส์ Game of Thrones แน่ๆ เพราะงั้นเราจึงคัดเอาแต่ละรุ่น จากแต่ละค่ายมาให้ดูว่ามีตัวเลือกอะไรที่น่าสนใจบ้าง ซึ่งจากที่เราได้กรองมาคร่าวๆ ตัวเลือกจากแต่ละค่ายนั้นเรียกได้ว่า “สูสี” กันเลยทีเดียว เพราะมีให้เลือกค่ายละ 2 รุ่นภายใต้เงื่อนไขของราคา ยกเว้น Ford, Mitsubshi, Foton และ Tata ที่มีเพียงตัวเลือกเดียว และนี่คือรายนามผู้เข้ารอบภายใต้เงื่อนไขของ “ราคา”

 

แบรนด์ รุ่น แบบ ราคา
CHEVROLET Colorado 2.5L 2WD C-Cab LS1 Cab 4 ประตู 689,500
Colorado 2.5L 2WD X-Cab LT Z71 Cab 695,000
ISUZU D-Max 1.9 Ddi Blue Power Cab 4 ประตู 668,000
D-Max 1.9 Ddi Blue Power Cab 689,000
MAZDA BT-50 Pro Double Cab 2.5 S Cab 4 ประตู 652,000
BT-50 Pro Freestyle Cab  2.2 Hi-Racer Cab 688,000
NISSAN Navara Double Cab 4 x 2 S Cab 4 ประตู 656,000
Navara King Cab Calibre S Cab 681,000
TOYOTA Revo 2.7J Plus Cab 679,000
Revo 2.4J Plus Cab 679,000
FORD Ranger Open Cab 2.2L XLS Turbo Hi-Rider Cab 699,000
FOTON Tunland Double Cab 2WD E Cab 4 ประตู 681,700
MITSUBISHI Triton Plus 2.4D GLX Cab 690,000
TATA Xenon Double Cab 150 NX-Plore 4WD Cab 4 ประตู 699,900

 

 

สเต็ป 2 : มองดู “ความคุ้มค่า” และ “พฤติกรรมการใช้รถ” ของคนไทย

ใช่แล้วครับ ตามหัวข้อเลย เพราะเราลองคิดจาก “พฤติกรรมการใช้รถ” ของคนไทย ที่ซื้อครั้งเดียวใช้ยาวๆ และอะไรๆ ที่ต้อง “คุ้มตังค์ไว้ก่อน” แถมรุ่นที่เป็นตัวถังแบบ Cab 4 ประตูยังมีราคาที่ถูกกว่าอีกด้วย ฉะนั้นเลยทำให้เราเดาว่าจะควักเงิน 7 แสนบาทซื้อรถ Pickup สักคัน คงต้องเลือกทั้งขนของ และโดยสารได้แบบสบายๆ เพราะงั้นตัวเลือกที่น่าสนใจจากผู้เข้ารอบข้างต้น ก็คือ รุ่น Cab ที่มีตัวถัง 4 ประตูเป็นหลัก ที่น่าจะมีภาษีที่ดีกว่าในการใช้งาน เพราะงั้นรุ่นตัวถังแบบ Cab “ตกรอบ” … !!! ทำให้เหลือผู้ท้าชิงดังนี้

 

  • CHEVROLET Colorado  2.5L 2WD C-Cab LS1 Cab 4 ประตู
  • ISUZU D-Max  1.9 Ddi Blue Power Cab 4 ประตู
  • MAZDA BT-50 Pro Double Cab 2.5 S Cab 4 ประตู
  • NISSAN Navara Double Cab 4 x 2 S Cab 4 ประตู
  • FOTON Tunland Double Cab 2WD E Cab 4 ประตู
  • TATA Xenon Double Cab 150 NX-Plore 4WD Cab 4 ประตู

 

 

สเต็ป 3 คือ ต้อง “ง่าย” ไปซะทุกอย่าง นี่แหละปัจจัยสำคัญ

“ง่าย” ในความหมายของเรา หมายถึง ทุกองค์ประกอบ เช่น ใช้งานง่าย ดูแลรักษาง่าย ค่าใช้จ่ายไม่สูง และที่สำคัญก็คือแบรนด์ต้องเป็นที่น่าเชื่อถือ ฉะนั้นในความเป็นจริงเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าแบรนด์น้องใหม่อย่าง Foton และ Tata ยังคงเป็นตัวเลือกท้ายๆ ในตลาด ด้วยประเด็นสำคัญก็คือ เรื่องของความน่าเชื่อถือในตัวโปรดักส์ที่ศูนย์บริการยังมีมากไม่เท่าแบรนด์ใหญ่ๆ ในตลาด จึงทำให้ค่อนข้างที่จะมีความเสียเปรียบ เลยทำให้เหลือผู้เข้ารอบทั้งหมด 4 รุ่นที่มีมีความได้เปรียบ เสียบเปรียบแบบ “แลกหมัด” ในเรื่องของการ “ใช้งานง่ายๆ” ที่เราจะแยกออกเป็นหัวข้อต่างๆ เริ่มจาก

 

การบรรทุก, การโดยสาร ความสะดวกสบาย

ซึ่งถ้าเทียบกันในเรื่องของตัวถังรถแบบ 4 ประตูเหมือนกัน MAZDA BT-50 นี่ดูจะกินขาดในเรื่องของขนาดตัวถังที่ใหญ่โต ทำให้มีห้องโดยสารที่กว้างขวาง รวมถึงพื้นที่สำหรับการบรรทุกสัมภาระในกระบะหลัง ที่มากกว่าเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นที่เหลืออยู่ใน Lists แต่…ถ้าทั้งบ้านมีรถคันเดียว อันนี้น่าคิดโดยเฉพาะชีวติคนเมือง เพราะด้วยความใหญ่โตของตัวรถอาจเป็นอุปสรรคสำคัญ หากเจอกับพื้นที่ เช่น ที่จอดในห้าง หรือกระทั่งตรอกซอกซอยที่คับแคบ เพราะงั้นเราจึงคิดว่ารถปิคอัพขนาดมาตรฐานที่คุ้นเคยกันดีนี่จะมีดีกรีความคล่องตัวที่โอเคกว่า

 

พละกำลัง

แน่นอนเลยครับสำหรับรถ Pickup ราคานี้ที่น่าจะควักเงินซื้อเพื่อเน้นการใช้งานเป็นหลัก ฉะนั้นพละกำลังจะเป็นอีกสิ่งที่สำคัญ ซึ่งเมื่อเทียบกันทั้ง 4 รุ่น ISUZU จะมีเครื่องยนต์บล็อคเล็กสุด คือ 1.9 ลิตร แต่มีแรงม้าให้ใช้อยู่ 150 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 1,800 – 2,600 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ตามด้วย MAZDA ที่มากับเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร โดยมีกำลัง 125 แรงม้าที่ 3,700 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตรที่ 1,600-1,700 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

 

ในขณะที่เครื่องยนต์พิกัด 2.5 ลิตร จะมี 2 รุ่นให้เลือก คือ CHEVROLET กับพละกำลัง 163 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิด 380 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และที่แรงสุดในกลุ่มคือ NISSAN ที่มีกำลังเท่ากันคือ 163 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แต่มีแรงบิดสูงถึง 403 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

 

ซึ่งในความคิดส่วนตัวผมหากเน้นองค์รวมในการใช้งาน ทั้งในเรื่องของการขับใช้ในชีวิตประจำวัน และการบรรทุกใช้งานล่ะก็ น่าจะเน้นไปที่เรื่องของแรงบิดมากกว่า เพราะแรงม้าดูท่าจะไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบรรทุกหนัก หรือขับขี่ในเมืองที่รถราแน่นหนา จนแรงม้าสูงสุดแทบจะไม่ได้ใช้เพราะรอบเครื่องยนต์ไปไม่ถึง

 

ฉะนั้นในหัวข้อนี้หากมองภาพรวมกลมๆ ISUZU ดูจะได้เปรียบทีเดียว ด้วยระดับพละกำลังที่พอเหมาะกับการใช้งาน จากเครื่องยนต์ที่มีพิกัดเล็กกว่า ช่วยประหยัดค่าภาษีได้อีกต่อ ในขณะที่ระบบส่งกำลังในเมื่อเป็นเกียร์ธรรมดาเหมือนกันเลยไม่มีข้อได้เปรียบ เสียเปรียบเท่าไหร่ เพราะยังไงก็ “เมื่อย” พอๆ กัน

 

การบริการหลังการขาย

ข้อนี้เรียกได้ว่าสำคัญเลยทีเดียวครับ สำหรับคนที่ซื้อเพื่อ “ใช้งาน” เพราะยิ่งการบริการหลังการขายมีคุณภาพมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคได้มาก ในขณะที่ศูนย์บริการถ้ายิ่งมีเยอะก็เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ซื้อ ผู้ใช้มากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราฉะนั้นเมื่อนำสิ่งเหล่า

 

สรุป : ถ้าอ่านแล้วคิดตามมาจนถึงบรรทัดนี้ ผมว่าหลายคนคงมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่ในใจแล้วล่ะครับว่า “รุ่นไหน” ที่เราจะใช้งบประมาณ 7 แสนบาทไปแลกมา เพื่อให้ “ใช้งาน” อย่าง “คุ้มค่า” ที่สุด เพราะเท่าที่ดู ส่วนตัวผมรู้สึกว่า ISUZU D-Max 1.9 Ddi Blue Power จะตอบโจทย์ได้ตรงที่สุด

 

เรียกว่า “แม้จะไม่โดดเด่น” ในจุดใด จุดหนึ่ง แต่ก็ให้ความ “ลงตัว” ที่สุดในภาพรวม จากมุมมองของใครซักคนที่ต้องการรถ Pickup ในราคาไม่เกิน “7 แสนบาท” … หรือถ้าหากใครมีไอเดียแนวคิดการเลือกที่นอกเหนือไปจากนี้ กระซิบบอกเราบ้างก็ดีนะ 


บทความแนะนำ

Audi Q5 2017 โฉมใหม่ ทั้ง ดีเซล และเบนซิน พวงมาลัยขวา ครั้งแรกในไทยและอาเซียน

BMW 740Le xDRIVE PLUG IN HYBRID งานนี้มี “เงิบ” ถ้าประเมินเจ้ายักษ์คันนี้เป็นแค่ “ยนตรกรรมโลกสวย”

รวมชุดแต่งรถ Toyota Yaris ATIV 2017-2018 ทั้งภายใน/ภายนอก/อุปกรณ์อิเล็กทริค/ยูทิริตี้

giay nam depgiay luoi namgiay nam cong sogiay cao got nugiay the thao nu