FERRARI F12 berlinetta 2013

เทพพระเจ้าแห่งความเร็วอย่างรถในตระกูลม้าลำผอง ในที่สุดก็คลอดม้าหนุ่มที่มีฝีมือเท้าดีออกมาสะท้านวงการ Super Car โลก ในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2012 ภายใต้ชื่อรุ่น F12berlinetta ซึ่งถือเป็นตัวแรงที่สุดเท่าที่ FERRARI เคยมีมาในตลาดรถยนต์โลก

F12berlinetta เป็นรถสปอร์ตที่ใช้เค้าโครง Transaxle Ferrari ‘s ดั้งเดิม โดยนำมาปรับปรุงพัฒนาใหม่ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่มากขึ้นของรถ ด้วยชื่อเสียงในด้านความเชี่ยวชาญการใช้วัสดุอลูมิเนี่ยมและการออกแบบตัวถังแบบ Spaceframe ของ FERRARI จึงใช้ Bodyshell 12 ชนิด ที่แตกต่างกันของโลหะผสมในการผลิตโครงสร้าง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในภาควิศวกรรมยานยนต์ที่มีการนำมาใช้งาน มีผลร้อยละ 20 เปอร์เซ็นต์ ในการ เพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้าง ขณะเดียวกันยังสามารถลดน้ำหนักรถให้เหลือเพียง 1,525 กิโลกรัม   นอกจากนี้ในเรื่องจุดศูนย์ถ่วงตัวรถยังสามารถทำให้ต่ำกว่าแรงโน้มถ่วงของโลก ประกอบกับประสิทธิภาพของการออกแบบหลักอากาศพลศาสตร์ที่สร้างสถิติใหม่ให้กับวงการรถยนต์ด้วยค่า Cd ที่ต่ำเพียง 0.299 โดย FERRARI  เน้นโครงสร้าง Aero Bridge ใช้แนวฝากระโปรงหน้าสร้างช่องทางการไหลของอากาศ ให้ปริมาณอากาศวิ่งไล่ไปยังแนวด้านข้างของตัวรถ และยกตัวขึ้นไปจากซุ้มล้อหลังเพื่อลดแรงเสียดทาน พร้อมระบบ Active Brake Cooling ซึ่งจะเปิดช่องระบายอากาศเฉพาะในเวลาที่อุณหภูมิเบรคสูงมากกว่าปกติเท่านั้น จึงช่วยลดแรงเสียดทานได้อีกในขณะที่ช่องอากาศปิด ทั้งหมดนี้ FERRARI F12 berlinetta จึงทรงคุณค่าในการออกแบบ
 
ส่วนเครื่องยนต์ V12 ทำมุม 65 องศา ความจุ 6,262 ซีซี. ผลิตกำลังได้ 740 แรงม้า  ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิด 70.3 กก.-ม. ที่ 6,000 รอบ/นาที  เรดไลน์ 8,700 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังด้วยเกียร์ F1 dual-clutch  อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 3.1 วินาที อัตราเร่งจาก 0-200 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 8.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 340 กม./ชม. สบายๆ แรงม้า 1 ตัวแบกน้ำหนักเพียง 2.1 กก. และจากการทดสอบในอุโมงค์ลม ระบบแอโรไดนามิคสร้างตัวเลข Down Force ได้ 123 กก. ที่ความเร็ว 200 กม./ชม.
 
ช่วงล่างพัฒนาขึ้นมาโดยใช้พื้นฐานระบบ SCM-E หรือ Magnetorheological Suspension Control System ที่เคยติดตั้งใน 599 HGTE ปรับค่าความหนืดด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เบรคคาร์บอน-เซรามิค (CCM3) เจนเนอเรชั่นใหม่ พร้อมระบบอิเลคทรอนิคที่กลายเป็นระบบพื้นฐานของ FERRARI รุ่นใหม่ๆ อย่างระบบ E-Diff และ F1-Trac ประมวลผลด้วยชิปตัวเดียว
 
ส่วนเรื่องราคาที่ต้องแลกสำหรับความเร็วในระดับ  High Performance จาก FERRARI ยังไม่มีการเปิดเผย แต่ถ้าเข้ามาเมืองไทย 40 ล้าน “เอาไม่อยู่แน่” 
 
{gallery}/article/2013/speeddycar/41{/gallery}

 

ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |


คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)