เปิดตำนาน ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

จากเหตุการณ์ ที่ 13 ชีวิตพลัดหลงเข้าไปใน ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน แล้วยังออกมาไม่ได้  ทั้งสภาพแวดล้อม  อุปสรรคความยากลำบากต่างๆ ในการเข้าถึง เหล่าผู้กล้ายังคงดำเนินการต่อไป เพื่อช่วยน้อง ๆ ซึ่งเราเชื่อว่าทุกคนยังรอการกลับมาของทั้ง 13 คน และเชื่อว่าจะต้องมีข่าวดีเกิดขึ้นในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน แต่ในอีกแง่ บ้างก็ว่าเพราะ เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บางอย่างในถ้ำนั้น ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นน้องๆ ได้ วันนี้เราเลยเอาตำนานของ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน มาฝากเพื่อนๆกันค่ะ ย้ำว่าเป็นเรื่องที่เล่าต่อกันมานะคะ ไม่สามารถพิสูจน์ความจริงได้

วนอุทยาน ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน ท้องที่ ต.โป่งผา เนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ มีจุดบริการท่องเที่ยว 2 แห่ง คือ บริเวณถ้ำหลวง บ้านน้ำจำ และบริเวณขุนน้ำนางนอน บ้านจ้อง มีสภาพเป็นพื้นที่ราบระหว่างหุบเขาหินปูนสูงชันเงียบสงบ

ตำนานต่างๆเล่าขานว่า….

เจ้าหญิงองค์หนึ่งแห่งเมืองเชียงรุ้ง แอบชอบพอกับชายหนุ่มคนดูแลม้า จนกระทั่งตั้งครรภ์ กลัวว่าพ่อจะลงโทษ จึงพากันหนีมาถึงแคว้นไชยนารายณ์ หนุ่มสาวทั้งสองอ่อนเพลียเป็นอันมาก ชายหนุ่มจึงบอกให้เจ้าหญิงนอนพัก ส่วนชายหนุ่มออกไปหาอาหารมาให้ แต่ก็ถูกทหารที่ติดตามมาฆ่าตาย

เจ้าหญิงรอคอยเป็นเวลาหลายวัน เมื่อสามีไม่ได้ย้อนกลับมา จึงตัดสินใจบูชารักโดยเอาปิ่นปักผมแทงศีรษะละสังขารตำแหน่งที่นางทอดกายนอนหงายตายคือดอยนางนอน เลือดที่ไหลรินออกมาเป็นสาย กลายเป็นแม่น้ำสาย

ส่วนอีกตำนาน เล่าว่า เจ้าหญิงเมืองพุกาม ออกตามหาเจ้าชายที่นางรัก นางออกรบ มีผู้คนล้มตายมากมาย และขยายอาณาเขตมาเรื่อยๆ จนมาถึงเวียงสี่ทวงจึงพบกับเจ้าชาย แต่ปรากฏว่าเจ้าชายหนีหายไปกับสาวสวยชาวเวียงนี้อีกครั้งนางรู้สึกเศร้าสลดจนตรอมใจตายก่อนตายได้ตั้งจิตอธิษฐานให้ร่างของนางกลายเป็นเทือกเขา ที่ชาวบ้านพากันเรียกว่า “ดอยนางนอน” น้ำตาที่ไหลรินกลายเป็น “ขุนน้ำนางนอน” ส่วนไพร่พลของนางก็กลายมาเป็นชนเผ่าหลากชาติพันธุ์บนภูเขาแห่งนี้

ที่ยกมาทั้งหมดนั้นคืนตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา แต่สำหรับสำข้อมูลของส่วนราชการ อย่างสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้รายละเอียดว่า ในแง่มุมประวัติศาสตร์ และโบราณคดีว่า ด้วยปากถ้ำที่สูง โถงถ้ำแรกที่เปิดกว้างระดับพื้นดินต่ำกว่าปากถ้ำมากเนื่องจากเป็นร่องทางน้ำที่ไหลออกจากถ้ำ จึงไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยของมนุษย์  และไม่พบหลักฐานทางโบราณคดี ภายในถ้ำ

 

***เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารญาณในการตัดสินใจ***

ขอบคุณข้อมูล: nationtv

ขอบคุณภาพจาก : Piyawit srisanyong,เกียรติภูมิ ภาระวง



คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)