รีวิว : Mitsubishi Xpander Cross สูงขึ้นกว่าเดิม เพิ่มความ เฟี้ยว ในแบบ ครอสโอเวอร์

Xpander เป็นอีกหนึ่งรุ่น จากค่าย Mitsubishi ที่เลือกอยู่ในกระแส ครอสโอเวอร์ มาตั้งแต่ทำตลาดในเมืองไทย เมื่อกลางปี 2018 ทำยอดขายหลังเปิดตัวไปกว่า 5 พันคัน และยอดไม่ต่ำกว่า 1,000 คันในแต่ละเดือนเมื่อปีที่แล้ว จนมาถึงปีนี้ที่กระแส ครอสโอเวอร์ ดูมีแนวโน้ม กอรปกับ เอ็กซ์แพนเดอร์ ชูความสูงเป็นอีกหนึ่งจุดขายมาตั้งแต่ต้น เป็นเหตุให้ก่อกำเนิดในรุ่นพิเศษ Mitsubishi Xpander Cross ที่สะดุดตามาแต่ไกล ในราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มจากเดิม 40,000 บาท
ทบทวนความจำ ก่อนไปทดสอบกันเล็กน้อย  เดิม Mitsubishi Xpander มีจำหน่ายด้วยกัน 2 รุ่นคือ GLS-Ltd และรุ่น GT โดยรุ่น Cross จะเป็นการนำเอารุ่น GT มาปรับโฉม ดังนั้น Xpander ที่วางจำหน่ายอยู่ตอนนี้จึงมีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นคือ
  • Mitsubishi Xpander GLS-Ltd                                               789,000 บาท
  • Mitsubishi Xpander GT                                                         859,000 บาท
  • Mitsubishi Xpander Cross                                                    899,000 บาท        (เพิ่ม 40,000 บาท)

สีใหม่เพิ่มเติมจากสีที่มีอยู่เดิม

  • สีส้ม Sunrise Orange
  • สีเทา Graphite Grey

มิติตัวถังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

Xpander Cross Xpander
ความยาว       มม. 4,500 4,475
ความกว้าง      มม. 1,800 1,750
ความสูง        มม. 1,750 1,700
ระยะฐานล้อ      มม. 2,775 2,775
ระยะต่ำสุดถึงพื้น (ground clearance)      มม. 225 205

สิ่งที่แตกต่าง และใส่เพิ่มจากเดิม

  • ไฟหน้าแบบ LED มัลติรีเฟลกเตอร์
  • ไฟตัดหมอกแบบ LED
  • กระจัง และกันชนหน้า ดีไซน์ Dynamic Shield เวอร์ชั่นล่าสุด
  • การ์ดกันชนล่างด้านหน้า สีดำ
  • การ์ดกันชนล่างด้านหลัง สีดำ
  • การ์ดประตูทั้ง 4 บาน สีดำ
  • คิ้วซุ้มล้อ สีดำ
  • Roof Rail หรือแร็กหลังคา
  • เสาอากาศวิทยุแบบ ครีบฉลาม
  • คิ้วแถบบริเวณฝาท้ายเหนือป้ายทะเบียน สีดำ
  • ภายในสีทูโทน ดำ-น้ำตาล
  • ช่วงล่างปรับเซ็ตใหม่
  • ล้อแม็กพร้อมยางใหม่ ขนาด 17 นิ้วแบบทูโทน และยางขนาด 205/55 R17
  • ล้ออะไหล่ใหม่แบบเดียวกับล้อจริง

ภายในปรับเล็กน้อย

แนวคิด “โอโมเตะนาชิ” ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เน้นความประณีต พิถีพิถัน ใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น ด้วยการปรับเปลี่ยนอารมณ์ภายในห้องโดยสาร สำหรับ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ด้วยการตกแต่งแผงคอนโซล และเบาะนั่งเป็นแบบ ทูโทน สีดำ-สีน้ำตาล
เพิ่มกราฟิกที่หน้าจอมาตรวัด ขณะเปิดสวิทช์กุญแจ เป็นตัวหนังสือคำว่า Xpander Cross ซึ่งจะแตกต่างจากรุ่นปกติ นอกนั้นยังคงรูปแบบเดิม ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถประเภทนี้เช่น แอร์แยกสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง โดยเบาะนั่งแถวสอง ปรับพับแยกแบบ 60:40 ส่วนแถวสาม ปรับพับแยกแบบ 50:50 ซึ่งปรับได้หลายรูปแบบ หรือจะปรับพับราบเป็นระนาบก็ทำได้ เพื่อการขนสัมภาระหลายรูปแบบ

สมรรถนะยังคงเดิม เพิ่มเติมคือความสูงของรถที่เปลี่ยนไป

ขุมพลังจากเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 4A9 แบบ 4 สูบ Mivec DOHC 16 วาล์ว ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมระบบ INC ทำให้ได้กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/ นาที รองรับเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง E20  และมีความจุถังน้ำมัน 45 ลิตร
ช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง และเหล็กค้ำหัวช็อคอัพ ส่วนด้านหลังเป็นแบบ ทอร์ชั่นบีม โดยมีการปรับเซ็ตช่วงล่างใหม่ เพื่อรองรับความเป็นครอสให้มีความสูงเพิ่มขึ้นอีก 20 มม.(จากรุ่น GT) โดยมีความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 225 มม.
สำหรับระบบเบรกยังคงเดิม ด้านหน้าเป็นแบบดิสก์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อน ด้านหลังเป็นแบบดรัมเบรก โดยมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยทั้ง ABS, EBD และ BA นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC ระบบป้องกันการลื่นไถล TCL และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS

ลองขับแล้ว สรุปได้ว่า

  • ตำแหน่งเบาะนั่ง และทัศนวิสัยในการมอง สูงขึ้น มองได้ไกล และกว้างขึ้น เนื่องมาจากความสูงที่เพิ่มขึ้น แม้ตอนที่ผู้เขียนขับ จะปรับตำแหน่งให้เบาะต่ำสุดแล้วก็ตาม
  • ช่วงล่างให้ความรู้สึกว่า แน่นๆ เฟิร์มๆ กว่าเดิม
  • ตอนแรกคิดว่าความสูงเพิ่มขึ้น อาการย้วยๆ โคลงๆ ดิ้นๆ บนถนนไม่เรียบ เป็นลอนคลื่น น่าจะมีมากขึ้น แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น ยังรู้สึกมีความกระชับของช่วงล่าง เพียงแต่ฟีลลิ่งของการนั่งมันดูสูงขึ้น
  • น้ำหนัก และความคมของพวงมาลัยไฟฟ้า ฟีลลิ่งยังเหมือนๆ กับรุ่นปกติ ไม่แตกต่าง น้ำหนักกำลังดี ไม่เบาหวิว วงเลี้ยวแคบดี (เคลมไว้ 5.2 ม.) กลับรถใช้แค่ 2 เลนก็สบาย
  • เวลาจอดเสียบเอาหน้าเข้า ไม่กลัวเลย เพราะอย่างไรชายล่างกันชนหน้าไม่โดนฟุตบาธแน่นอน
  • ได้ล้อแม็กขอบ 17 นิ้ว จัดว่าสะดวกเลย เพราะเวลาถ้าต้องเปลี่ยนยาง จะมีทางเลือกที่หลากหลายกว่าขอบ 16 นิ้ว และราคาก็ใกล้เคียงกัน
  • คันเร่งเบาเท้าดี ใช้แรงไม่มาก แตะไม่นิดเดียวก็พร้อมจะไปข้างหน้า ช่วยให้ออกตัวง่าย น่าจะมาจากการเซ็ตเฟืองท้ายไว้สูงนิดๆ ที่ 4.375
  • ไฟหน้า และไฟตัดหมอก พอเป็นแสงขาวแล้วดูดีขึ้นเยอะ ดูแมทช์กันทั้งชุดเวลาเปิดไฟหรี่ ไฟหน้า และตัดหมอก

 

สุดท้ายแล้วจากที่สังเกตเวลาขับไปบนถนน สายตามากมายหลายคู่ มักจับจ้องมาที่ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ตอนติดไฟแดง น่าเป็นเพราะได้ ชุดแต่ง ที่มีความหล่อโดนใจ ตอนขับไปรับเพื่อน เพื่อนยังทักเลยว่า เด่นสะดุดตามาแต่ไกล..เป็นความเห็นเพื่อประกอบการตัดสินใจ สำหรับส่วนเพิ่ม 40,000 บาท จะได้ความหล่อเฟี้ยวจากไอเท็มที่ผู้เขียนแจงไว้ย่อหน้าด้านบน คุ้มหรือไม่ เลือกเอาตามใจชอบ จ่ายทีเดียวจบไม่ต้องไปขวนขวายหาชุดแต่งอื่นให้มากความ เสียดายก็แค่ประกาศราคานี้ถึงแค่สิ้นเดือน มิถุนายน 2563 เท่านั้นเอง

แท็กยี่ห้อรถยนต์ : Mitsubishi

แท็กฮิต : , ,