รีวิว VOLVO V40 T5 R-Limited ( วอลโว่ วี40 ที5 อาร์ ลิมิเต็ด )โมเดลสไตล์แฮทช์แบ๊คพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด ถือกำเนิดด้วยแนวคิด “Designed around You”

มองเผินๆ มันอาจเหมือน Volvo V40 ทั่วไปที่ได้รับการตกแต่งเพื่อเพิ่มความดุดัน แต่ขอโทษอย่าเชื่อแค่เฉพาะในสิ่งที่ตาเห็นจนกว่าจะได้เข้าใกล้ และได้สัมผัสอย่างจริงจัง เพราะนี่คือ Volvo V40 T5 R-Limited ” วอลโว่ วี40 ที5 อาร์ ลิมิเต็ด ” ที่มีเพียงแค่ 28 คันเท่านั้น … !!! โดย Volvo V40 T5 R-Limited นี้เป็นโมเดลสไตล์แฮทช์แบ๊คพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด ถือกำเนิดด้วยแนวคิด “Designed around You” หรือ “การออกแบบมาเพื่อคุณ”

 

Volvo V40 T5 R-Limited

ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นจากการผสมผสานความเป็นรถยนต์หรูได้อย่างลงตัวกับรถยนต์สไตล์คอมแพค มาพร้อมจุดเด่นที่สำคัญก็คือ V40 ใช้เทคโนโลยีไฟ LED มาช่วยเพิ่มเติมเอกลักษณ์ให้สะดุดตามากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ ไฟหน้า, ไฟเลี้ยวบนกระจกมองข้าง, ไฟท้าย, ไฟกรอบทะเบียน, ไฟเบรกดวงที่ 3 และไฟ Daytime Runing Lights ในขณะเดียวกันเมื่อเป็นเวอร์ชั่นระดับ Limited V40 โมเดลนี้จึงได้ทำการอัพเกรดความสปอร์ตภายนอกขึ้นใหม่ โดยสีสันตัวถังจะมีเพียงแค่สีขาว Ice Whit เพียงสีเดียว มาพร้อมรายละเอียดการตกแต่งที่ประกอบด้วยการคาดสติ๊กเกอร์ข้างรถลายสปอร์ต, ฝาครอบกระจกมองข้างสีดำ, แผงกันกระแทกใต้กันชนหลังสีดำเข้ม ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้รับกับท่อไอเสียแบบคู่ ปิดท้ายความพิเศษด้วยล้ออลูมิเนียม Midir Diamond Cut สีดำเงาขนาด 7.5 x 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/40 R18 และสัญลักษณ์ R-Limited เพื่องบ่องบอกถึงความไม่ธรรมดา

 

ส่วนภายในนั้นก็เหนือระดับ และหรูหราผสานด้วยอารมณ์ความสปอร์ต

จากการตกแต่งด้วยโทนสีเข้มแบบ Leather Charcoal Solid ตลอดจนการดีไซน์คอนโซลกลางรูปทรงเพรียวลมแบบลอยตัว ตัดขอบด้วยวัสดุสีเงินเพื่อเพิ่มความมีสไตล์ เช่นเดียวกับกระจกมองหลังแบบไร้กรอบ และการใช้ระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED ซึ่งเพิ่มเติมด้วยลูกเล่นที่สามารถเปลี่ยนสีได้ถึง 7 โทน นอกจากนี้ยังเพิ่มไฮไลต์ในส่วนของรายละเอียดบนหน้าปัดแบบกราฟฟิก TFT (Thin Film Transistor) ซึ่งสามารถเลือกแสดงผลหน้าจอได้ถึง 3 รูปแบบ คือ “Elegance” โทนสีดำในรูปแบบดั้งเดิม รูปแบบต่อมาคือ “ECO” ที่จะแสดงผลด้วยโทนสีเขียว เพีอสร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสุดท้ายคือ “Performance” แสดงผลด้วยโทนสีแดง ตลอดจนการสื่อสารถึงความพิเศษในแบบ R – Limited แป้นคันเร่งแบบสปอร์ต ตามด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อสื่อสาร Sensus Connect ที่ควบคุมได้จากหน้าจอสีขนาด 7 นิ้ว บนคอนโซลกลาง ซึ่งออกแบบให้ทำมุมเอียงไปหาด้านคนขับ เพื่อให้มองเห็น และใช้งานได้อย่างสะดวก อีกทั้งฟังค์ชั่นการเชื่อมต่อสื่อสาร Sensus Connect นี้ยังสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยเทคโนโลยี Bluetooth ตลอดจนเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และแอพพลิเคชั่นพิเศษ เช่น Tunein ที่สามารถเลือกฟังสถานีวิทยุได้จาก 100,000 กว่าสถานีทั่วโลก และแอพพลิเคชั่น Sticher ที่เข้าถึงข่าวสารได้ทุกที่ ผ่านชุดเครื่องเสียงระดับ High Performance Multimedia

 

ขุมพลัง

มาถึงสิ่งที่เป็นไฮไลต์อย่างแท้จริงของ  ” วอลโว่ วี40 ที5 อาร์ ลิมิเต็ด ”  ซึ่งนั่นก็คือขุมพลัง Volvo Drive – E Powertrains รุ่น T5 พิกัด 2 ลิตร แบบ 4 สูบ Direct Injection พ่วงระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ ที่มาพร้อมการเสริมเขี้ยวเล็บด้วยชุดเพิ่มสมรรถนะ Polestar Performance Optimisation มูลค่า 57,400 บาท มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สามารถปั่นกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน T5 แบบ 5 สูบ พิกัด 2 ลิตร จากเดิม 220 แรงม้าให้ขัยบขึ้นมาเป็น 245 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที ในขณะที่แรงบิดยังคงตรึงตัวเลขเอาไว้ที่ 350 นิวตันเมตร พร้อมใช้ตั้งแต่ 1,500 รอบต่อนาที แต่สามารถลากยาวไปได้ถึง 4,800 รอบต่อนาที จากเดิมที่เคยสุดแค่ 4,000 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดลูกใหม่ ที่มากับฟังก์ชั่น Geartronic (+/-) และ Paddle Shift หลังพวงมาลัย

 

การอัพเกรดสมรรถนะด้วย Polestar Performance

โดยผลจากการอัพเกรดสมรรถนะด้วย Polestar Performance ทำให้ อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ดีขึ้นจากเดิม 6.4 เป็น 6.3 วินาที ซึ่งสมรรถนะเพียงอย่างเดียวนั้นคงทำให้เกิดความประทับใจได้ไม่มากพอ หากขาดส่วนผสมอื่นๆ เพราะ V40 T5 R-Limited ยังมาพร้อมกับแชสซีร์แบบไดนามิคที่มีตัวถังแข็งแกร่ง มีจุดศูนย์กลางที่ต่ำ รับกับชุดช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทที่มีแกนโช๊คขนาด 25 มม. ส่วนด้านหลังแบบมัลติลิงค์ เสริมด้วยความคล่องตัวและปราดเปรียวในการขับขี่ ด้วยระบบพวงมาลัยที่ควบคุมได้อย่างแม่นยำด้วยเพาเวอร์ที่ปรับด้วยไฟฟ้า (Electrical Power Assist Steering – EPAS) ที่สามารถเลือกปรับได้ถึง 3 ระดับ คือ โหมด Low ที่เบาแรง, โหมด Medium และโหมด High ที่เหมาะสำหรับนักขับที่ชื่นชอบอารมณ์สปอร์ต ทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถในการขับขี่บนพื้นฐานความปลอดภัยด้วยระบบควบคุมการทรงตัว และการยึดเกาะถนนแบบไดนามิก (Dynamic Stability and Traction Control –DSTC) ที่ใช้เซ็นเซอร์วัดมุมโคลง Roll Angle Sensor เพื่อประเมินความเสี่ยง และจะเปิดให้ระบบควบคุมการทรงตัวทำงานทันที เพื่อความรวดเร็ว และแม่นยำ

 

และด้วยองค์ประกอบด้านสมรรถนะทั้งหมด และจากประสบการณ์ที่ได้นั่งหลังพวงมาลัยบอกได้คำเดียวเลยว่า “มันส์” เพราะถ้าไม่นับเรื่องความสูงของตัวรถ บางทีเราก็นึกว่ากำลังควบรถสปอร์ตสัญชาติยุโรปซักคันอยู่ทีเดียว โดยเฉพาะกับการกระแทกคันเร่งเพื่อเค้นแรงบิดรอบต่ำ เพื่อแหวกอากาศเบื้องหน้าในขณะที่ถนนหนทาง และรถราเอื้ออำนวย ซึ่งในเวลาเพียงชั่วอึดใจจากความเร็วต่ำๆ ก็กลับกลายเป็นการทะยานสู่ความเร็วสูงได้ในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมแรงดึงแบบสุภาพนุ่มนวลให้หลังจมนิ่งอยู่กับเบาะ และสนุกสนานไปกับการควบคุมตัวรถด้วยโหมดพวงมาลัยแบบ High ที่ตึงมือ รวมถึงชุดช่วงล่างที่ตอบสนองได้เร้าใจด้วยความหนึบแน่น และนุ่มนวลในคราวเดียวกัน ถึงแม้จะใช้ความเร็วที่ค่อนข้างสูงก็ไร้ซึ่งอาการโคลงของตัวรถให้หวาดเสียว แต่กลับให้ความมั่นใจ

 

พวงมาลัย

ในขณะที่เมื่อต้องเจอกับการจรราจรที่หนาแน่นโหมดพวงมาลัยแบบ Low หรือ Medium ก็ดูจะช่วยให้เราเคลื่อนตัวในสภาวะการจราจรขาดสภาพคล่องได้ดีจากน้ำหนักพวงมาลัยที่เบาแรง ตลอดจนความปลอดภัยอันเกิดจากความสูงของตัวรถซึ่งเอื้ออำนวยให้มีทัศนวิสัยที่ดีพอ รวมถึงความนุ่มนวลของช่วงล่างในสไตล์ยุโรปที่คุณจะต้องติดใจ และที่สำคัญยนตรกรรมจากแบรนด์วอลโว่แทบทุกรุ่นมันยังมากับระบบความปลอดภัยที่เรียงรายเป็นหางว่าว ดังรายนามต่อไปนี้ เช่น ระบบสตาร์ท และหยุดรถอัจฉริยะ Start/Stop ที่เปิด/ปิดระบบได้ด้วยปุ่มกลางหน้าปัด ซึ่งติดตั้งมาในทุกเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง ซึ่งจะช่วยดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อหยุดรถ ขณะเข้าเกียร์ว่าง และเหยียบเบรก ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงลงได้, ระบบช่วยในการจอดรถอัตโนมัติ Park Assist Pilot ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจอดรถแบบขนานขอบทางได้อย่างง่ายดาย โดยใช้เซ็นเซอร์อัลตร้าโซนิคที่ติดตั้งไว้ด้านหน้า หลัง และด้านข้างรถ พร้อมกับการยกหน้าที่การบังคับเลี้ยวให้รถ ในขณะที่ผู้ขับขี่นั้นกำหนดเพียงตำแหน่งเกียร์ที่ความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม., ระบบ Lane Keeping Aid กับการทำหน้าที่แจ้งเตือนเพื่อป้องกันรถวิ่งอกนอกเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ ด้วยการใช้กล้องด้านหน้าตรวจจับเส้นแบ่งเลนทั้งด้านซ้าย และขวา ซึ่งหากรถเบนออกนอกแนว ระบบจะทำงานทันที โดยเครื่องยนต์จะส่งแรงบิดมาที่พวงมาลัย และเตือนด้วยการทำให้สั่น โดยระบบนี้จะทำงานด้วยความเร็วระหว่าง 65-200 กม./ชม.

 

ระบบเซ็นเซอร์

และใหม่ล่าสุดกับระบบเซ็นเซอร์แจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในมุมอับสายตาที่เรียกว่า Blind Spot Information System Radar Sensor โดยจะเตือนทั้งด้านซ้าย และขวาห่างออกไปในระยะ 70 ม. เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนเลน โดยลักษณะการเตือนนนั้นจะเป็นไฟ LED สว่างขึ้นที่เสา A ทั้ง 2 ด้าน, ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาจากทางด้านหลังขณะถอยหลังออกจากที่จอดรถ Cross Traffic Alert โดยใช้เซ็นเซอร์เรดาห์ที่ติดตั้งด้านหลังในการตรวจจับ และเตือน ซึ่งจะทำงานในระยะ 30 ม. จากท้ายรถ และสามารถตรวจจับวัตถุที่มีขนาดเล็กกว่ารถยนต์ได้, ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร Road Sign Information จะทำงานโดยแสดงสัญลักษณ์ของป้ายจราจรบนมาตรวัดความเร็ว เพื่อเตือนให้ปฏิบัติตามกฏจราจร, ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติใหม่ Permanent Active High Beam เพื่อให้ใช้งานไฟหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยระบบจะใช้ไฟสูงตลอดเวลา และจะลดระดับลงให้พ้นจากสายตารถคันหน้า โดยการใช้เทคโนโลยีสะท้อนแสงไฟที่ติดตั้งอยู่ในไฟหน้า และปรับระดับความสว่างของแสงอย่างเหมาะสม ทั้งยังมากับระบบไฟหน้าหักเหตามองศาพวงมาลัย Active Bending Lights และเซ็นเซอร์วัดน้ำฝน เพื่อปรับการทำงานของไฟ และน้ำฝนให้ทำงานสัมพันธ์กัน และสร้างทัศนวิสัยที่ดีที่สุดในขณะขับขี่, ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เมื่อขับขี่เข้า-ออกจากที่มืด Tunnel Detection, ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ความเร็วต่ำ City Safety แบบใหม่ที่จะทำงานจนถึงความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ด้วยเซ็นเซอร์ที่กระจกบังลมด้านบนในตำแหน่งเดียวกับกระจกมองหลัง, ระบบแจ้งเตือนเมื่อผู้ขับขี่แสดงอาการเหนื่อยล้า Driver Alert Control และปิดท้ายด้วยถุงลมนิรภัยปกป้องเข่า ที่ติดตั้งมาให้เป็นครั้งแรก ซึ่งจะทำงานร่วมกับถุงลมนิรภัยในตำแหน่งอื่นๆอีกด้วย เช่น ถุงลมนิรภัยแบบ 2 จังหวะสำหรับคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้างของพนักพิงหลังสำหรับที่นั่งด้านหน้า สำหรับรองรับด้านข้างลำตัว, ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ Roll Over Protection System ที่ประกอบด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง เข็มขัดนิรภัยแบบปรับแรงดึงได้ และม่านนิรภัยทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่เสา A ไปถึงเสา C ตลอดจนเซ็นเซอร์ตรวจจับความเร็วที่เก็บข้อมูล และประมวลผลก่อนการชนเพื่อปรับให้ถุงลมนิรภัย และเข็มขัดทำงานได้อย่างเหมาะสม เพื่อการปกป้องสูงสุด

 

ราคารถยนต์ใหม่

ซึ่่งเทคโนโลยีเหล่านี้ คือ ความล้ำสมัยที่ไม่ได้ทำให้ Volvo V40 T5 R-Limited ” วอลโว่ วี40 ที5 อาร์ ลิมิเต็ด ”  ถือเป็นรถที่สมบูรณ์แบบที่สุดคันหนึ่งในสายตาของเรา ทั้งสมรรถนะที่สามารถเป็นได้ทั้งรถครอบครัวที่เรียบง่าย หรือจะบ้าพลัง ก็ทำได้ทุกครั้งที่ต้องการ บนพื้นฐานของระบบความปลอดภัยมาตรฐานที่ครบครัน และที่สำคัญก็คือ “คุณค่า” ของ “ Volvo V40 T5 R-Limited ” ราคา 2 ล้านเล็กๆ กับการได้เป็นหนึ่งในจำนวนทั้งหมด 28 คันเท่านั้น ตรงนี้แหล่ะครับที่เราว่ามันมีความหมาย

 


บทความแนะนำเกี่ยวกับ Volvo

Volvo กร้าว! 2019 เลิกผลิตรถใช้น้ำมัน เดินหน้าสร้างรถยนต์ EV เต็มตัว

The New Volvo S90 พรีเมี่ยมซีดานระดับเรือธงใหม่ ฉายแววร้อนแรงในงาน “มอเตอร์เอ็กซ์โป 2016”

Review : VOLVO V40 T5 R-Limited โมเดลสไตล์แฮทช์แบ๊คพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด ถือกำเนิดด้วยแนวคิด “Designed around You”