Basic Guide …. รถใหม่ Motor Expo 2019 ครั้งนี้ มีอะไร “รออยู่”

Motor Expo 2019

อีกไม่กี่อึดใจงานใหญ่ Thailand International Motor Expo 2019 ส่งท้ายปีจะเริ่มขึ้น โดยมีเหล่ายนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ จากหลากหลายแบรนด์ในเมืองไทย ซึ่งทยอยเปิดตัวกันก่อนหน้านี้มาเรียงรายขึ้นเวที พร้อมโปรโมชั่นยั่วใจ รอต้อนรับบรรดาผู้เข้าชมงานอย่างคับคั่ง เพื่อให้เลือกเป็นเจ้าของ … เพราะงั้นมาทำการบ้านกันซักนิดว่างานนี้จะมี “ของใหม่” อะไร “รอ” กันอยู่บ้าง (จากการคาดเดาของเรา)

รถใหม่ Motor Expo 2019 ครั้งนี้ มีอะไร “รออยู่”

เริ่มต้นตามลำดับอักษรด้วยแบรนด์ Audi ที่โหมกระหน่ำทำตลาดในเมืองไทย กันตั้งแต่ Audi A1 Sportback 35 TFSI S line ยนตรกรรม Premuim Compact แบบ 5 ประตู ที่มากับดีไซน์สปอร์ต และเทคโนโลยีที่ครบครัน ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน TFSI พิกัด 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบชาร์จ ที่มีพละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 สปีด พร้อมทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.7 วินาที และความเร็วสูงสุดได้ถึง 222 กม./ชม.

Motor Expo 2019

ตามมาด้วย Audi A6 Avant 45 TFSI Quattro S line Black Edition เวอร์ชั่นอัพเกรดรุ่นพื้นฐาน Audi A6 Avant 45 TFSI Quattro S line ด้วยการเสริมชุดแต่ง Black Edition เพื่อให้สมฐานะ Performance สุดเร้าใจจากขุมพลังแบบ Mild Hybrid บนพื้นฐานเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ พิกัด 2.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบชาร์จ ซึ่งมีกำลังสูงสุด 245 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 สปีด สู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Quattro และสร้างความเร้าใจด้วยตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม.

Motor Expo 2019

และล่าสุดกับการเปิดตัว Crossover อนุกรม Q3 ถึง 3 รุ่น คือ New Audi Q3 35 TFSI, New Audi Q3 35 TFSI S-Line และ New Audi Q3 Sportback 35 TFSI S-Line โดยมีพื้นฐานขุมพลังเดียวกัน คือ เครื่องยนต์เบนซินพิกัด 1.4 ลิตร TFSI และระบบอัดอากาศ Turbocharged สร้างกำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ S Tronic 6 สปีด สู่ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ที่ 9.3 วินาที และความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 207 กม./ชม.

Motor Expo 2019

 

ค่ายใบพัดฟ้า-ขาวอย่าง BMW แม้จะยังไม่เผยข้อมูลมากมาย แต่เราก็มั่นใจได้ว่างานนี้ต้องมี “แฝดมหากาฬ” BMW M สายพันธ์รถอเนกประสงค์มาให้ชมกันอย่างแน่นอนทั้ง BMW X3 M ยนตรกรรม SAV (Sport Activity Vehicle) ราคา 7,699,000 บาท และ BMW X4 M ยนตรกรรม SAC (Sport Activity Coupe) ราคา 7,999,000 บาท

ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความโหดด้วยสมรรถนะจากขุมพลังบล็อกเดียวกัน คือ เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ พิกัด 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ที่ปั้นกำลังสูงสุดมาให้ถึง 480 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ด้วยการส่งกำลังของเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด M Steptronic สู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ M xDrive ที่กดคันเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.2 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่จำกัดไว้ 250 กม./ชม.

Chevrolet แน่นอนอยู่แล้วว่ารถอเนกประสงค์ All-New Captiva ต้องมา ในฐานะรถอเนกประสงค์ SUV ขนาดใหญ่ที่มีความคุ้มค่าที่สุดในตลาด และสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ด้วยราคาแสนคุ้ม พร้อมด้วยความเร้าใจในการขับขี่จากขุมพลังเบนซินพิกัด 1.5 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ เพื่อสร้างพละกำลังสูงสุด 143 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์แปรผันอัจฉริยะใหม่แบบ CVT 8 สปีด พร้อม Shiftting Control

นอกจากนี้ยังเติมเวอร์ชั่นเอาใจสายซิ่งด้วยรุ่น Colorado RS Edition เวอร์ชั่นพิเศษ ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 200 คัน ซึ่งมีให้เลือกทั้งรุ่นย่อย C-Cab ตัวถัง 4 ประตู และรุ่นย่อย X-Cab ตัวถัง 2 ประตู ซึ่งจะหล่อเหลาแค่ไหนเราแนะนำให้ไปดูตัวจริงดีกว่า

ส่วนสมรรถนะของ RS Edition ยังคงยึดพื้นฐานของเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ พร้อมระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคอมมอนเรล ไดเรค อินเจคชั่น พ่วงระบอัดอากาศเทอร์โบ (FGT) และอินเตอร์คูลเลอร์ ซึ่งให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง โดยมีสนนราคารุ่น C-Cab ตัวถัง 4 ประตูอยู่ที่ 789,000 และรุ่น X-Cab ตัวถัง 2 ประตูอยู่ที่ 665,000 บาท

Motor Expo 2019

 

ส่วนค่าย Fordล่าสุดเพิ่งส่งตัว “ของใหม่” 2 รุ่น พร้อมกัน คือ Ford Ranger FX 4 ใหม่ ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครจากการตอกย้ำความแกร่งแบบมีสไตล์ ด้วยดีไซน์โดดเด่น สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ ผ่านรูปลักษณ์ที่ดุดัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ขนาด 2.2 ลิตร ที่มากับกำลังสูงสุด 160 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และมี 3 ทางเลือกโทนสีให้เป็นเจ้าของ คือ สีขาว Arctic White, สีแดง True Red และสีเทา Meteor Grey ในราคาเพียง 919,000 บาท

ตามมาด้วยรถอเนกประสงค์ Ford Everest Sport ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวคนรุ่นใหม่ และมาพร้อมชุดตกแต่งใหม่ที่ช่วยเพิ่มหรูหรา สะท้อนความเป็นผู้นำรถอเนกประสงค์ SUV ไปพร้อมๆ กับการนำเสนอความสปอร์ต ซึ่งยังคงครบเครื่องด้วยความกว้างขวาง และฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวกสบาย ภายใต้ทางเลือกความหล่อเหลาของ 3 โทนสี คือ  สีเงิน Aluminium Metallic, สีดำ Absolute Black และสีขาว Arctic White ในราคา 1,469,000 บาท

ฝั่ง Honda นอกจากเราจะได้ชม Honda Accord ใหม่ทั้งเวอร์ชั่น Hybrid และเวอร์ชั่นมาตรฐานแล้ว ยังมาพร้อมกับ New Honda Civic Hatchback ใหม่ ภายใต้แนวคิด “สปิริตความสปอร์ตที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ให้คุณไปสุดทุกทางท้าทาย” ด้วยการยกระดับเอกลักษณ์แห่งยนตรกรรมสปอร์ต พรีเมียม แฮทช์แบ็ค 5 ประตูขึ้นไปอีกขั้น พร้อมด้วยความเร้าใจจาก จากเครื่องยนต์เบนซินพิกัด 1.5 ลิตร DOHC VTEC  พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged และระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงโดยตรงแบบ Direct Injection ที่ให้สมรรถนะการขับขี่เทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ด้วยพละกำลังสูงสุด 173 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร

ขณะที่ไฮไลต์ของบูธต้องยกให้กับ All New Honda City เจเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปแบบสดๆ ร้อนๆ เป็นครั้งแรกในโลก ที่นำเสนอจุดเด่นตั้งแต่เรื่องของงานดีไซน์ภายนอกที่ผสานความสปอร์ต และความหรูหรา ผสานด้วยภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายเหนือระดับกว่าความเป็นรถ City Car เช่นเดียวกับเรื่องฟังค์ชั่นการใช้งาน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่จัดมาให้อย่างคุ้มค่าภายใต้ราคาเริ่มต้นที่ 579,500 – 739,000 บาทในรุ่นท็อปสุด RS

โดยเซอร์ไพรส์ของ All New Honda City คือ เรื่องของขุมพลังใหม่แบบเบนซินขนาด 1.0 ลิตร 3 สูบ DOHC VTEC พร้อมระบบอัดอากาศ Turbo Charger ที่มากับพละกำลังสูงสุด 122 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ให้อัตราเร่ง และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร

Motor Expo 2019

 

มาที่ค่าย ISUZU มั่นใจได้เลยว่าต้องตรึงพื้นที่บูธ ด้วยเหล่าขุนพล “พลานุภาพ…พลิกโลก! The “All-New Isuzu D-Max” เพื่อนำเสนอมาตรฐาน “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” อันเกิดจากผลงานความสมบูรณ์แบบล่าสุดจาก DNA แห่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยมของอีซูซุภายใต้แนวคิด Bold, Emotional and Smart ซึ่งมีให้เลือกเป็นเจ้าของหลากหลายรุ่น

โดยมีขุมพลังใหม่ให้เลือก 2 รุ่น คือ เครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ใหม่ รหัส 4JJ3-TCX เสริมด้วย E-VGS TURBO หรือ เทอร์โบแปรผันปรับไฟฟ้า ที่ตอบสนองได้รวดเร็ว และสร้างสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ด้วยกำลังสูงสุด 190 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ตามมาด้วยรุ่น เครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ที่พัฒนาขึ้นใหม่ใน เจนเนเรชั่นที่ 2 กับรหัส RZ4E-TC ที่ให้พลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังที่มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

Motor Expo 2019

 

ส่วน Mazda เดาไม่ยากว่างานนี้คงยกเวทีให้รถอเนกประสงค์รุ่นล่าสุดอย่าง All-New Mazda CX-8 เป็นจุดดึงดูดความน่าสนใจ ด้วยฐานะของยนตรกรรม Crossover SUV ที่สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความภูมิฐาน สง่างาม และสมบูรณ์แบบ ภายใต้แนวคิด “The Precious Moment for All” … ทุกช่วงเวลา…มีค่าไม่สิ้นสุด พร้อมกับเปิดประสบการณ์การขับขี่ด้วย 2 ขุมพลังทางเลือก คือ เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร พร้อมจุดเด่นเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD

ขณะที่สายเครื่องยนต์เบนซินสกายแอคทีฟนั้นมากับพิกัด 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) ที่พัฒนาขึ้นใหม่เช่นกัน โดยมาพร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ที่ให้แรงม้าสูงสุดถึง 194 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 258 นิวตันเมตร โดยทั้ง 2 รุ่นเครื่องยนต์จะมาพร้อมกับระบบส่งกำลัง 6 สปีด SKYACTIV-DRIVE พร้อมโหมด Manual แบบ Activematic และระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control (GVC) เพื่อสร้างการควบคุมมั่นใจ

Motor Expo 2019

 

ค่าย MG งานนี้เราจะได้เห็นยนตรกรรมใหม่โชว์ตัวแน่ๆ 2 รุ่นด้วยกัน คือ New MG HS รถอเนกประสงค์รุ่นล่าสุดในฐานะตัวแทนรุ่นพี่ MG GS ที่มากับแนวคิด “Elegance” เพื่อสร้างนิยามใหม่ของรถ SUV ให้เหนือระดับ โดยเฉพาะเรื่องของ “ออพชั่น” ที่จัดมาให้ครบๆ

ส่วนขุมพลังนั้นมากับเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ที่มีพละกำลังสูงสุด 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด สู่ล้อคู่หน้า พร้อมด้วยความเร้าใจจากอัตราเร่งที่สามารถออกตัวจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที

และพลาดไม่ได้เลยกับ “New MG Extender” … “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” ซึ่งถือเป็น “รถกระบะรุ่นแรก” ของค่าย ที่เปิดราคาจำหน่ายเร้าใจเริ่มต้นที่ 549,000 บาท ถึง 1,029,000 บาท ที่มาพร้อมความล้ำสมัยของเทคโนโลยีอัจฉริยะ ตลอดจนสมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผัน ให้พละกำลังสูงสุด 161 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ซึ่งมีระบบส่งกำลังให้เลือกทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ไปจนถึงระบบขับเคลื่อนที่มีให้เลือกทั้ง 2 ล้อ (2WD) และ 4 ล้อ (4WD)

Motor Expo 2019

Mitsubishi งานนี้เรียกว่าระดมทัพ “ของใหม่” มาโชว์ตัวไม่น้อย เริ่มตั้งแต่คู่แฝด Eco Car ทั้ง Mitsubishi Mirage และ Mitsubishi Attrage ซึ่งมาพร้อมการยกระดับความโดดเด่น ด้วยแนวคิดใหม่ “พลังจากข้างใน ไปให้สุด” ผ่านงานดีไซน์ Advanced “Dynamic Shield” อันโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์

โดยเคาะราคา Mitsubishi Attrage ใหม่ เริ่มต้นด้วยรุ่น GLX เกียร์ธรรมดา MT ราคา 494,000 บาท รุ่น GLX เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 529,000 บาท, รุ่น GLS เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 579,000 บาท และรุ่นท็อปสุด GLS – LTD เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 624,000 บาท ส่วน Mitsubishi Mirage ใหม่ เริ่มต้นด้วยรุ่น GLX เกียร์ธรรมดา MT ราคา 474,000บาท, รุ่น GLX เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 509,000 บาท, รุ่น GLS เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 574,000 บาท และรุ่นท็อป GLS – LTD เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 619,000 บาท

Motor Expo 2019

 

นอกจากนี้สายปิคอัพก็สามารถพบความเร้าใจครั้งใหม่ดได้จาก New Triton Athlete ซึ่ง “เหนือชั้น สายพันธุ์สปอร์ต” ด้วยการพัฒนาจากรุ่นท็อปสุดของ Mitsubishi Triton ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบรถกระบะ และความท้าทายที่มากยิ่งขึ้น โดยยังคงขับคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ MIVEC Turbo Clean Diesel ขนาด 2.4 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุด 181 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดได้ถึง 430 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งมีให้เลือกทั้งเอร์ชั่นขับเคลื่อน 4 ล้อในรุ่น Double-Cab 4WD ATHLETE AT ราคา 1,146,000 บาท และรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ Double-Cab PLUS ATHLETE AT ราคา 1,035,000 บาท

 

ด้านค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz งานนี้เล่นใหญ่ทิ้งท้ายปลายปี ด้วยการส่งของใหม่ 5 รุ่นล่าสุด ประกอบด้วย 2 ยนตรกรรม SUV แบบ 7 ที่นั่ง คือ Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium และ Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamicรุ่นประกอบในประเทศ ตามด้วยยนตรกรรม Crossover สายพันธุ์แรงจาก Mercedes-AMG คือ Mercedes-AMG GLC 63 S 4MATIC+ Coupé และ Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศโฉมใหม่ ตามปิดท้ายด้วยการเปิดตัว Mercedes-Benz E300e ยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริดภายใต้แบรนด์ EQ ที่โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออนชนิดใหม่ ที่สามารถประจุไฟฟ้าได้มากกว่าเดิม ซึ่งทั้ง 5 รุ่นจะมาพร้อมกับทัพยนตรกรรมหรูรุ่นอื่นๆ รวมกว่า 29 รุ่น เพื่อตรึงพื้นที่จัดแสดง ซึ่งเราแนะนำว่าให้มาชมรายละเอียด และแคมเปญราคาสุดเร้าใจได้ในงาน

 

มาที่แบรนด์ Nissan ที่ล่าสุดเพิ่งเปิดตัว All-new Nissan Almera เป็นครั้งแรกในเอเชียที่ประเทศไทย ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่านี่คงเป็นไฮไลต์เด็ดส่งท้ายปี ด้วยความเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นยนตรกรรมซีดานอัจฉริยะเต็มขั้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Challenge All Beliefs” หรือ “เปลี่ยนทุกสิ่งที่เคยเชื่อ” โดยเฉพาะในเรื่องของขุมพลังที่มากับเซอร์ไพรส์ ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ ขนาด 1.0 ลิตรใหม่ ภายใต้รหัส HRA0 แบบ 3 สูบ แถวเรียง DOHC ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมทางเทคนิค จนได้พละกำลังสูงสุดถึง 100 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อมความน่าสนใจด้วยราคาซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ 499,000 – 639,000 บาท

Motor Expo 2019

 

Toyota ค่ายนี้น่าจะยังคงนำเสนอ All-new Toyota Corolla Altis เจนเนอเรชั่นล่าสุด รุ่นที่ 12 ภายใต้อนเซ็ปต์ Make A New High “ข้ามสู่ขีดสุดที่เหนือกว่า” เป็นพระเอกหลักของบูธ ซึ่งนอกเหนือจากงานดีไซน์ที่ดึงดูดความน่าสนใจ คือ ประสิทธิภาพการขับขี่ ที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ตลอดจนขุมพลังที่มากับ 3 ทางเลือกหลักๆ เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส 1ZR-FBE ที่มากับเรี่ยวแรงสูงสุด 125 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 156 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift

ตามด้วยพิกัด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE พร้อมพละกำลังสุงสุด 140 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 177 นิวตันเมตรงกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด พร้อม Sequential Shift และเวอร์ชั่นไฮบริด เจเนอเรชั่นที่ 4 กับฐานะผู้นำในตลาด C-Segment ด้วยระบบ Full Hybrid System กับเครื่องยนต์รหัส 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ E-CVT ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันสูงสุด ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยสูงถึง 23 กม./ลิตร

 

ขณะที่แบรนด์สุดหรูภายใต้หลังคาเดียวกันอย่าง Lexus ก็มีพระเอกรุ่นล่าสุดอย่าง New Lexus RX ยนตรกรรมครอสโอเวอร์หรูระดับโลก ที่ได้รับความไว้วางใจ และอยู่ในใจของลูกค้าทั่วโลกมาตลอดระยะเวลากว่า 21 ปี ที่มากับคอนเซ็ปต์ “Unbounded Pleasure… สุนทรียภาพที่ไร้ขีดจำกัด” ทำตลาดเน้นๆ ด้วยอนุกรม RX300 ด้วย 3 รุ่นย่อยหลัก คือ Luxury, Premium และเวอร์ชั่นท็อปสุดรุ่น F Sport ซึ่งทั้ง 3 รุ่นจะมากับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบแอทคินสัน ไซเคิล และเทอร์โบชาร์จ ที่มีกำลังสูงสุด 238 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนบัติ 6 สปีด Super ECT ที่สามารถสร้างอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 9.2 วินาที

Motor Expo 2019

Motor Expo 2019

 

ปิดท้ายด้วยข่าวคราวล่าสุดจากค่าย Volvo ที่เตรียมเซอร์ไพรส์ให้ชมเป็น The New Volvo XC40 T5 AWD Inscription และ XC40 รุ่นปี 2020 เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบาย ดีไซน์ที่โดดเด่น ไประบบความปลอดภัยที่ครบครัน ด้วยราคา 2.09 – 2.49 ล้านบาท พร้อมขุมพลังที่สามารถเลือกได้ ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ T4 ที่มีเรี่ยวแรง 190 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ Geartronic  8 สปีด ที่เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 8.4 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 210 กม./ชม.

ตามด้วยรุ่นเครื่องยนต์ T5 ที่โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา (All Wheel Drive – AWD) ที่มากับเรี่ยวแรงระดับ 252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตันเมตร ซึ่งมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 230 กม./ชม. เท่านั้นยังไม่พอ เพราะงานนี้แบรนด์ Volvo ยังมี V60 Premium Estate ใหม่ มาเป็นอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่มากับดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียนเรียบหรู พร้อมความทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ T8 Twin Engine AWD ซึ่งมีเรี่ยวแรงถึง 407 แรงม้า เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับรถ Estate

Motor Expo 2019

 

และทั้งหมด คือ เรื่องราวคร่าวๆ ของ ยนตรกรรมใหม่ ที่เตรียมรอต้อนรับผู้เข้าชมงาน Motor Expo 2019 ในปีนี้ ซึ่งแม้จะไม่ทั้งหมด และอาจจะมีตกหล่นไปบ้าง นั่นก็เพราะเราคาดเดาว่าน่าจะยังมีเซอร์ไพรส์ที่เก็บเงียบเอาไว้ เพราะฉะนั้นเราจึงแนะนำว่าให้มา “ชม” กันในงาน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ตารางราคารถยนต์ล่าสุด

AUDI | Aston Martin | BMW | Chevrolet | CITROEN |  DFSKFerrari | Honda (ฮอนด้า) |


คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ (เขียนบอกเราหน่อยนะ)