รีวิว : Chevrolet CRUZE ( เชฟโรเลต ครูซ )1.8 L E85 ในเส้นทางกรุงเทพฯ – สุพรรณบุรี

หลังจาก บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัว Cruze โฉมใหม่เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร รองรับเชื้อเพลิง E85 เพื่อความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของเชฟโรเลต ในการขยายรถพลังงานทางเลือกให้แก่ลูกค้า เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคมของเชฟโรเลต ในระดับภูมิภาคและทั่วโลก   เมื่อถึงโอกาสที่เหมาะสมจึงจัดกิจกรรมการทดสอบ Chevrolet CRUZE  ( เชฟโรเลต ครูซ ) 1.8 L E85 ในเส้นทางกรุงเทพฯ – สุพรรณบุรี เยี่ยมชมโรงงานมิตรผลฐานการผลิต E85 ใหญ่ของประชาชน เพื่อให้ได้สัมผัสสมรรถนะตัวรถและศึกษาเส้นทางการผลิต E85 ไปในคราวเดียวกัน

 

Chevrolet CRUZE

เมื่อสื่อมวลชนสายยานยนต์มากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา การบรรยายผลิตภัณฑ์ก็เริ่มขึ้นโดย CHEVROLET Cruze 1.8 L E85 มีการเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่กันชนหน้าที่มาพร้อมไฟตัดหมอกในตัวรูปทรงโฉบเฉี่ยว เพิ่มมุมโครเมียมที่กรอบไฟหน้า เต็มความโดดเด่นโลโก้ CHEVROLET ด้วยกระจังหน้าใหม่
ลงเส้นสายแบบสปอร์ตให้กับกันชนหลัง ปรับสัดส่วนตัวถังคล้ายรถคูเป้แนวสปอร์ต มีค่าแรงเสียดทานอากาศต่ำเพียง 0.31Cd ในส่วนของห้องโดยสารแบบดูอัลค็อกพิท ได้แรงบันดาลใจจากซูเปอร์คาร์คอร์เวทท์ ปรับปรุงวัสดุตกแต่งใหม่แต่งเติมรายละเอียดและพื้นผิวสัมผัส บริเวณคอนโซลกลาง ปุ่มสตาร์ทปรับเปลี่ยนให้เป็นทรงกลมเพื่อรองรับการใช้งานได้สะดวกสบายกว่าเดิม พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงและครูสคอนโทรล หน้าจอกราฟฟิกแสดงผลข้อมูลรถ (Graphic Information Center) เอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกภาษา ปรับระบบไฟส่องสว่างภายในและภายนอกรถ ปรับตั้งการล็อกประตูรถ เสียงกันขโมย ระบบแอร์และเครื่องเสียง เชื่อมต่อผ่าน Auxiliary, Bluetooth และ USB นอกจากนี้ทำการลดเสียงรบกวน แรงสั่นสะเทือนและความสะท้านลง (NVH -Noise/Vibration/Harshness) ด้วยการติดตั้งกลไกไฮโดรลิกที่ช่วยลดเสียงเครื่องยนต์ มีการบุฉนวนสามชั้นที่แผงประตูและฉนวนห้าชั้นที่เพดานในรถเพื่อให้ห้องโดยสารมีความเงียบตลอดเส้นทาง

 

เครื่องยนต์อีโคเทค (ECOTEC)

คราวนี้มาดูพระเอกของงานเครื่องยนต์อีโคเทค (ECOTEC) ได้รับการปรับปรุงให้รองรับเชื้อเพลิงเฟล็กซ์ฟิว (E85) จึงสามารถเติมเชื้อเพลิงได้หลากหลาย ตั้งแต่เบนซินทั่วไปจนถึงเอทานอล 85 เปอร์เซ็นต์ เครื่องยนต์บล็อคนี้เป็นแบบ 4 สูบ ใช้วัสดุสแตนเลสในบางชิ้น ปรับปรุงวาล์วและบ่าวาล์ว พร้อมใช้วัสดุยางและสายเชื้อเพลิงใหม่ให้รองรับเอทานอล เพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ DOHC (Double Overhead Camshafts) 16 วาล์ว หัวฉีดเชื้อเพลิงมัลติพอยท์ (MPI – Multi-Point Injection) และวาล์วแปรผันคู่ต่อเนื่อง (Double CVC – Double Continuous Variable Cam Phasing) พร้อมระบบ MPI และ CVC ทำงานพร้อมกับระบบท่อร่วมไอดีแปรผัน (VIM – Variable Intake Manifold) ซึ่งปรับการทำงานของท่อร่วมไอดีและไอเสียให้สัมพันธ์กันในทุกรอบเครื่องยนต์ ระบบซอฟท์แวร์และกล่องควบคุม ECU ปรับปรุงให้ตรวจจับปริมาณเอทานอลในเชื้อเพลิง แถมปรับการไหลเวียนและจังหวะจุดระเบิดให้สอดคล้องกัน ด้วยการติดตั้งเซ็นเซอร์เพิ่มหลายจุด หัวฉีดที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและระบบจ่ายเชื้อเพลิงที่มีการไหลเวียนสูงกว่าเดิม สามารถเพิ่มสมรรถนะและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถรองรับเชื้อเพลิงตั้งแต่ E0 ไปจนถึง E85 พละกำลังสูงสุด 141 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบ/นาที
ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ‘Gen II’ พร้อมระบบ Driver Shift Control และยังมีเครื่องยนต์ให้เลือกอีกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบ 4 สูบ กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร และเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว รองรับ E20 มาพร้อมระบบท่อร่วมไอดีแบบแปรผัน (Variable Geometry Intake System – VGIS) มอบความนุ่มนวลและให้แรงบิดต่อเนื่องทุกรอบเครื่องยนต์ มีพละกำลัง 109 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตันเมตร

 

Luxury Car

บรรยายไปคร่าวๆ ในการทดสอบนี้ ผมของเน้นที่รถ E85 ผมจึงเลือกที่จะลองขับในรุ่น Cruze 1.8 LTZ ซึ่งเป็นตัว TOP สุดในรุ่น 1.8 ลิตร ผมว่าการปรับโฉมในครั้งทาง CHEVROLET ตั้งการให้ Cruze มีความหรูหรามากขึ้น เน้นความเป็น Luxury Car ให้มากขึ้นโดยการปรับองค์ประกอบต่างๆ ให้ดูสง่า แต่ยังเน้นค่า Cd ที่ต่ำในสไตล์สปอร์ตเช่นเดิม ในส่วนของภายในโทนสีใหม่ช่วยยกระดับความเป็น Luxury Car เช่นกัน แต่เมื่อคุณสัมผัสอุปกรณ์ต่างๆ ในรถ อารมณ์ความรู้สึกของคุณจะเปลี่ยนไปทันที เมื่อคุณนั่งลงบนเบาะความนิ่มนวลของวัสดุแบบ Luxury Car จะสะท้อนความรู้สึกที่แผ่นหลังของคุณ ความโอบกระชับของเบาะจะทำงานสร้างอารมณ์สปอร์ตตามมาทันที พวงมาลัยกระชับในสไตล์สปอร์ต ระหว่างขับความเงียบในห้องโดยสารถือว่าโดดเด่น ฟังก์ชั่นการใช้งานออกแบบมาให้ใช้ง่ายไม่ซับซ้อน

ส่วนสมรรถนะ

มาดูในส่วนสมรรถนะ หลายๆ ท่านอาจจะยังมีความเข้าใจว่า E85 จะมีสมรรถนะดีไม่เท่าเบนซินที่ไม่มีการผสมเลย แต่ที่จริงแล้ว E85 สามารถเผาไหม้ได้เร็วกว่าเบนซิน จึงทำให้ระบบจุดระเบิดทำได้ง่ายแล้วหมดจดมากกว่า แต่จะใช้ปริมาณเชื้อเพลิงในการจุดระเบิดมากกว่า จึงทำให้เมื่อเทียบมาเป็นอัตราเชื้อเพลิง 1 ลิตรต่อกิโลเมตรจะรู้สึกว่ากินน้ำมันมากกว่า
แต่ถ้าคุณเอาราคาน้ำมันมาลองหารดูด้วยค่าน้ำมัน E85 ที่ถูกกว่ามากจะช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าลง ในส่วนอัตเร่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ แต่เสน่ห์อยู่ที่รอบความเร็วมากกว่า 100 กม./ชม.ขึ้นไปทำได้ไหลลื่นต่อเนื่องใกล้เคียงพิกัด 2.0 ลิตร ในจุดนี้น่าจะเป็นด้วยระบบส่งกำลังใหม่ 6 สปีด ‘Gen II’ พร้อมระบบ Driver Shift Control ที่ให้ความนิ่มนวลขณะเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ราบรื่นทุกช่วงความเร็ว แต่หากคุณต้องการสนุกกับ Manual Mode เพียงคุณผลักมาทางซ้ายคุณก็สามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวคุณเอง

ระบบช่วงล่าง

ที่มาพร้อมระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) และระบบป้องกันการลื่นไถล (Traction Control) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรกอิเลกทรอนิก (EBD) ทำให้เสถียรภาพการขับขี่อยู่ในเกณฑ์ดี การเข้าโค้งต่างๆ มาแบบตามใจสั่ง ที่มากไปกว่านั้น คือ ความนิ่มนวลตลอดการเดินทาง

ขอบคุณ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้ iAMCAR ได้สัมผัสนวัตกรรมชั้นเลิศเช่นนี้ สำหรับท่านผู้อ่านอย่าพึ่งเชื่อผมทั้งหมด ก่อนตัดสินใจไปลองขับเองก่อนได้ทุกโชว์รูมเชฟโรเลตนะครับ จะได้ทราบว่าดีจริงหรือไม่

แท็กยี่ห้อรถยนต์ : Chevrolet

แท็กฮิต : , , , , , ,